บเจ้าแต่อย่างใด”
“ฉิงเชิน ข้าเองก็ไม่อยากจะทำให้เจ้าต้องลำบากใจมากนัก ข้าจึงได้เปรยกับผู้อาวุโสสูงไว้แล้วว่ากับเรื่องนี้คงปล่อยให้เจ้าเป็นผู้ตัดสินใจ”
“ฮี่ฮี่ฮี่ แต่ก็อีกล่ะนะ เจ้าก็อย่าได้โทษข้าเลยแล้วกัน ใครใช้ให้โลกใบเล็กของพ่อเจ้ามาถูกทำลายเอาในตอนนี้ แล้วข้าก็ขอบอกไว้ก่อนแล้วกันนะว่าหากพ่อของเจ้าไม่ได้รับยาโลกาหวนคืนในหนึ่งปีล่ะก็ นั่นจะไม่มีทาง…….. หึหึหึ”
“นี่….”
ต่อให้ฮั่นจุยไม่พูดถึงฉากในอนาคตถัดไปนั้น เว่ยหยวนตี้เองก็รับรู้ได้อยู่แล้วว่าจะเกิดขึ้นอะไรในอีกหนึ่งปีข้างหน้า แต่ถึงแม้ว่าเขานั้นอยากจะให้ฉิงเชินแต่งงานกับฮั่นจุยขนาดไหนก็ตาม เขานั้นก็ยังรู้สึกไม่ดีอยู่ดี
ส่วนเว่ยฉิงเชินนั้น ในตอนนี้ยังไม่ได้ตอบโต้กับคำพูดที่แม้แต่คำว่าไร้ยางอายยังต้องหลีกทางให้นี้ออกมาเลยสักคำ
เป็นเพียงหลังจากที่ฮั่นจุยพูดจบไปพักใหญ่ เว่ยฉิงเชินก็ได้ยืนขึ้นแล้วพูดออกมา “ท่านพ่อ ไปกันเถอะค่ะ ข้าจะพาท่านกลับไปบ้าน”
“ฉิง…เชิน…..”
เว่ยหยวนตี้และฮั่นจุยร้องเรียกเว่ยฉิงเชินออกมาพร้อมกันอย่างดัง
เว่ยฉิงเชินที่พยายามจะลากพ่อของตนออกไปนั้นได้หยุดเท้าลง ก่อนที่เธอนั้นจะพูดออกมาอย่างไร้อารมณ์ “ผู้อาวุโสฮั่น ไม่ใช่ว่ายังมีเวลาเหลืออีกปีไม่ใช่รึ ขอให้ฉินเชิงผู้นี้คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ดีๆก่อนแล้วกัน”
“ก็ได้ก็ได้ก็ได้ ข้าเองก็ไม่ใช่คนรีบล่ะนะ”
ฮั่นจุยพูดออกมาด้วยเสียงที่เกือบจะแสดงออกมาว่ามีความสุข
นั่นก็เพ