แสงสีเงินจ้าที่ราวกับเป็นประกายแสงจากดาบขึ้นที่นิ้วของเขา จนทำให้ผู้คนที่เห็นต่างก็รู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาจับใจ
“รอก่อน” เฉินเฉียงได้จ้องมองไปที่ราชาสวรรค์แล้วพูดออกมา “ราชาสวรรค์ ท่านนั้นบอกว่าความตายของพ่อข้านั้นแตกต่างจากเรื่องเล่า แถมท่านยังพูดราวกับว่ารู้จักคนที่ฆ่าพ่อของข้าราวกับเห็นกับตาตัวเองอีก นี่ท่านรู้หรือว่าใครเป็นคนฆ่าเขา”
“เฉินเฉียง หลีกทางไปซะ ตราบใดที่เจ้ายอมให้ข้าฆ่าเว่ยหยวนตี้ ข้าจะเป็นคนเติมเต็มความสงสัยใคร่รู้ของเจ้าในข้อนี้เอง ข้าผู้นี้จะแสดงออกมาว่าฆาตกรที่แท้จริงที่ฆ่าพ่อของเจ้านั้นมันคือใคร”
เว่ยหยวนตี้ที่ถูกเฉินเฉียงนำร่างมาบดบังไว้นั้น เมื่อได้ยินคำพูดนี้ทั้งตกตะลึงและตื่นตระหนกจนชี้นิ้วไปที่ราชาสวรรค์แล้วร้อนรนพูดออกมา “เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นไปได้”
“เจ้าจะรู้ได้ยังไงว่าพี่เทียนเว่ยตกตายได้ยังไง”
“นี่เจ้าเป็นใครกันแน่ ทำไมเจ้าถึงได้พูดถึงแต่เรื่องพี่เว่ยของข้า”
“ฮี่ฮี่ฮี่ เว่ยหยวนตี้เอ๋ย ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หรอกนะ”
“ย้อนกลับไปนั้น ข้าไม่เพียงจะรู้ว่าใครฆ่าเฉินเทียนเว่ยแล้ว ข้ายังรู้ว่าในตอนนี้ยังมีหลี่ปิงอยู่ด้วย”
“ว่าแต่ไอ้หลี่ปิงนี่ไม่ใช่องครักษ์ของเจ้าหรอกเหรอ”
เมื่อราชาสวรรค์เอ่ยชื่อนี้ออกมาแล้ว เว่ยหยวนตี้ก็แทบจะกรีดร้องออกมา “เป็นไปไม่ได้ ไร้สาระ เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นไปได้ที่เจ้าจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นในปีนั้น เป็นไปไม่ได้หรอกเว้ย