แม้กระทั่งกระจายเรื่องลวงนี้ให้สืบทอดต่อกันมาในตึกจอมพลเหมันต์จันทรา”
“แต่นี่มันก็หมายความว่าแกนั้นวางแผนเรื่องนี้มานานมากแล้วสินะ”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เฉินเฉียงก็อดที่จะถามออกมาไม่ได้ “ราชาสวรรค์ ท่านหมายความว่ายังไง ยี่สิบสามปีก่อนนั่นมันปีที่พ่อของข้าตายไม่ใช่เหรอ”
เป็นตอนนี้ที่เฉินเฉียงได้หันขวับไปหาเว่ยหยวนตี้ที่ตัวเองคอยพยุงเอาไว้
ในตอนนี้ เว่ยหยวนตี้ได้เบิกตาโพลงราวกับว่าตนเองนั้นไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างใด ก่อนที่จะชี้ไปที่ราชาสวรรค์แล้วพูดออกมา “ราชาสวรรค์ เจ้าอย่ามาพูดจาไร้สาระ”
“อย่าว่าแต่ตึกจอมพลเหมันต์จันทราเลย แม้แต่ทั่วทั้งเขตกันหนันนั้นมีใครบ้างที่ไม่รู้ว่าพี่เทียนเว่ยนั้นเป็นนายพลที่ข้าชื่นชอบ”
“ข้านั้นพลาดในการช่วยเหลือเขาในปีนั้นจนทำให้เขาต้องตกตาย เรื่องนี้ทำให้ข้าต้องมีปมในใจมาจนถึงแม้แต่ตอนนี้ แต่ข้าก็ไม่นึกว่าเจ้าจะยกเรื่องนี้มาพูดอีก”
“โฮ่…ปมในใจเหรอ วะฮ่าฮ่าฮ่า” ราชาสวรรค์สบถออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะจ้องมองไปที่เว่ยหยวนตี้อย่างสุดแสนจะดูแคลน “เว่ยหยวนตี้ ไอ้การที่ข้าเรียกแกว่าตัวหน้าด้านนี้คงจะเป็นการยกยอแกมากเกินไปสินะ”
“นี่ขนาดใกล้จะตายห่าอยู่แล้วก็ยังไม่คิดจะเผยความจริงอีก ไอ้ความหน้าด้านของแกนี้คงจะฝังลึกเข้ากระดูกดำไปแล้วสินะ”
“เอาเถอะ จงนำความหน้าด้านหน้าทนของเจ้านี้ไปใช้ต่อในนรกก็แล้วกัน”
เมื่อพูดจบ ราชาสวรรค์ได้ชี้นิ้วชี้ข้างขวาของตนออกไป พลางบังเกิด