ับไม่แยแส เขาในตอนนี้อยู่ห่างจากทั้งสองไปประมาณสองพันเมตรเห็นจะได้
“ลุงเว่ย รีบไปซะ ราชาสวรรค์ต้องการฆ่าลุงนะ”
และนี่ทำให้เขานั้นนึกถึงคำพูดของเฉินเฉียงก่อนหน้านี้
“ห้ะ”
เว่ยหยวนตี้ได้มองไปที่ราชาสวรรค์ก่อนที่จะพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
“ในตอนแรกที่หลานชายนั้นได้เตือนข้าว่ามีราชาทักษะพิเศษต้องการทำอันตรายข้านั้น ข้าก็นึกว่าเขาเพียงแค่คิดมากไป”
“ไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นเรื่องจริง”
“ราชาสวรรค์ พวกเรานั้นมีเรื่องติดค้างอะไรกัน เจ้าถึงได้คิดร้ายต่อราชาผู้นี้”
ถึงแม้เว่ยหยวนตี้จะบอกเรื่องนี้ออกไปแล้ว แต่ราชาสวรรค์เองก็ไม่ได้มีท่าทีจะโกรธเคืองแต่อย่างใด และเมื่อได้เห็นฉากนี้ เว่ยหยวนตี้ก็รับรู้ได้เป็นอย่างดีว่าตนเองนั้นคงไม่อาจหนีเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน
หลังจากที่ราชาสวรรค์ส่งหยานเสวี่ยออกมาจากโลกใบเล็กของตนแล้ว เขาได้บอกให้หยานเสวี่ยคอยจับตาดูเฉินเฉียงเอาไว้ ก่อนที่จะหันไปพูดกับเว่ยหยวนตี้
“ฮี่ฮี่ฮี่ เว่ยหยวนตี้ ไอ้ตัวหน้าด้าน ราชาผู้นี้ต้องการจะฆ่าแกให้ตกตายมากมายหลายครั้งแล้วด้วยซ้ำ”
“แต่เป็นเพราะแกนั้นเป็นเต่าหดหัว อาศัยตำแหน่งผู้การร่วมกำบังกาย ทำให้ราชาผู้นี้หาโอกาสในการจัดการได้อย่างยากยิ่ง”
“แต่ก็นึกไม่ถึงเหมือนกันที่อยู่ๆแกจะส่งหัวของตนเองมาวางไว้ต่อหน้าข้าในวันนี้”
“เว่ยหยวนตี้ ขอดูหน่อยเถอะว่าใครกันที่จะช่วยไอ้ชาติหมาอย่างแกได้อีก”
เมื่อพูดจบ หมอกไอดำที่พัวพันอยู่ทั่วร่างของราชาสวรร