กันสินะ……เอาล่ะ เรากลับกันได้แล้ว รอบหน้าค่อยกวาดล้างมันให้หมดสิ้นแล้วกัน”
“ดูนั่น”
เป็นตอนนี้ที่จางจุนได้ชี้ไปที่กองกำลังเทียนเว่ยที่อยู่ท่ามกลางสนามรบ
จางหยวนกำลังฟันใส่ชายที่แต่งตัวราวกับเป็นฝั่งเดียวกันแล้วตะคอกออกมา “ไอ้แซ่ฉี ข้าไม่คิดเลยจริงว่าเจ้าจะเป็นสายลับของข้าศึก ดูสิว่าวันนี้เจ้าจะหนีไปไหนได้พ้นอีก”
แน่นอนว่าคนที่กำลังแต่งตัวแบบเดียวกับพวกมนุษย์และกำลังวิ่งหนีอยู่นี้ก็คือองครักษ์ฉี เขาหันกลับมามองจางหยวนด้วยความหวาดกลัว แต่ในทันทีที่เขาวิ่งออกไปได้เพียงไม่กี่ก้าว เขาก็ถูกเชือดคอหายโดยจางหยวน
หลังจากนั้นจางหยวนก็ซัดฝ่ามือลงบนศีรษะขององครักษ์ฉีโดยที่ร่างยังไม่ตกหล่น ก่อนที่จะดูดแผ่นแก่นพลังงานออกมา
“จางหยวน เก็บร่างมันไว้ด้วย จะได้เป็นหลักฐานความดีความชอบของเจ้า”
จางหยวนเงยหน้าขึ้นมองไปที่เว่ยหยวนตี้ ก่อนที่จะยื่นมือขวาของตนออกไปเก็บร่างขององครักษ์ฉีเข้าไปในแหวนเก็บของ
นี่คือการแสดงเล็กๆน้อยๆที่เฉินเฉียงได้พูดคุยกับพวกเขาเอาไว้ก่อนที่จะออกจากทะเลสาบกระจก
หากในการศึกจิ้งชวนนั้นไม่พบร่างขององครักษ์ฉี ฮั่นจุยก็คงไม่เลิกราจากเรื่องนี้
นี่จึงทำให้เฉินเฉียงมอบซากร่างขององครักษ์ฉีให้เจิ้งยี่ โดยให้หยานเสวี่ยสอนเจิ้งยี่เกี่ยวกับวิธีการฝังแผ่นแก่นพลังงาน
มาถึงในตอนนี้ เจิ้งยี่อาศัยจังหวะช่วงชุลมุน นำซากร่างขององครักษ์ฉีออกมา ก่อนที่เจิ้งยี่จะใส่แผ่นแก่นพลังงานไว้ในหัวขององครักษ์ฉ