่างไม่คิดชีวิตนั้น เมื่อได้ยินคำเตือนจากองครักษ์ที่ดังมาจากด้านหลังก็ได้เงยหน้าขึ้นดูจนเห็นสิ่งที่ทำให้เขาต้องหน้าซีดเผือด
นั่นก็เพราะนอกจากองครักษ์ฉีแล้ว ผู้คนโดยรอบในตอนนี้คือมนุษย์กลายพันธุ์อย่างแน่นอนเพราะทุกคนมีปีกไปหมด
“ไอ้ฉีน้อย นี่เอ็งทำอะไรวะ ทำไมถึงพาข้ามาทางนี้ รีบวิ่งกลับไปเร็วเข้า”
เมื่อพูดจบ ฮั่นปู้เอ๋อก็ทำการหันหลังแล้วทำท่าจะวิ่งกลับไป
แต่ตอนที่หันหลังนี้ แขนของเขายังคงถูกดึงเอาไว้ไม่อาจหลุดรอดออกไปได้
“ฉีน้อย นี่แกอยากตายนักใช่ไหม”
ฮั่นปู้เอ๋อตะโกนออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว
แต่เมื่อได้เห็นถนัดชัดต่อตาตัวเองแล้วนั้น เขาก็พบองครักษ์ฉี ที่ไม่ใช่องครักษ์ฉีที่เขาเคยเห็น มันเป็นองครักษ์ฉีที่มีเกราะสีเงินเคลือบชั้นร่างไว้…เกราะเหล็กไหล
“แก แกเป็นมนุษย์กลายพันธุ์”
ฮั่นปู้เอ๋อได้ชี้ไปที่เฉินเฉียงด้วยมือที่สั่นเทา พร้อมใบหน้าหลากสีที่ยากจะคาดเดาความคิดได้
เฉิเฉียงได้นำกระบี่ยาวออกมา ก่อนที่จะเอาไปจ่อที่คอของฮั่นปู้เอ๋อแล้วหัวเราะออกมาดังลั่น
“ฮั่นปู้เอ๋อ แกนี่มันโง่เง่านัก ข้านั้นถูกส่งไปเป็นสายลับในตึกจอมพลของเจ้าตั้งนานแล้ว”
“เมื่อข้าได้เห็นพวกเจ้านั้นมีความขัดแย้งภายในกัน นี่ทำให้ตัวข้านั้นมีความสุขอย่างมากเลยจริงๆ”
เฉินเฉียงได้กัดฟันแน่นก่อนที่จะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ขัดแย้งกับความปวดร้าวในใจ
และเมื่อเหล่านักรบสิบกว่าคนของเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้เห็นว่าองครักษ์ฉีเปลี่ยนเป็นมนุษย์