บทที่ 260 หลุมพราง
หลังจากออกจากตึกผู้การร่วมกันหนัน เฉินเฉียงเดินไปเรื่อยๆด้วยสายตาที่ว่างเปล่าอยู่พักหนึ่ง ไม่สิ กว่าจะรู้สึกตัวก็อีกนานพอดู
-ลูกชายคนโตของฮั่นจุย นายน้อยตระกูลฮั่น ฮั่นเซียงเหรอ-
-คนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับฉิงเชิน-
-เธอมีความสุขดีงั้นรึ-
-นี่ลุงเว่ยต้องการจะสื่ออะไรกับเขารึเปล่านะ-
เฉินเฉียงเดินไปตามทางเดินในอย่างช้าๆ จนพบเจอเข้ากลับกลุ่มคนที่ต่อแถวยาวตรงหน้าทางเข้าตึกที่ต้องการขอพบเว่ยหยวนตี้ นี่ทำให้เขานึกถึงฉากที่เว่ยหยวนตี้ปล่อยให้เขารอเกือบชั่วโมงก่อนหน้านี้แล้ว นี่ทำให้เขานั้นอดที่จะยิ้มให้กับตัวเองอย่างขมขื่นเสียมิได้
เขาเองเป็นเพียงนักรบระดับนายพลวิญญาณขั้นสูงเพียงเท่านั้น จะไปต่อกรอะไรกับลูกชายของผู้อาวุโสสูงกัน
ดูเหมือนว่าเว่ยหยวนตี้นั้นจะมีความคิดไต่ต้องไปสูงกว่านี้
ถ้าให้พูดกันตรงๆแล้ว เรื่องที่ว่าฮั่นเซียงผู้ซึ่งอยู่ระดับกึ่งราชาเช่นเดียวกับฉิงเชินแล้วนั้น พ่อผู้ซึ่งอยู่ในระดับราชาขุนพลย่อมต้องคิดถึงตำแหน่งในสภาสูงเป็นธรรมดา เอาจริงๆหากเลือกได้นั้นเขาก็ต้องเลือกลูกเขยดีๆอย่างฮั่นเซียงอย่างแน่นอน
เฉินเฉียงได้วางนิ้วมือลงบนกำไลสื่อสารอยู่หลายต่อหลายครั้งเพื่อพยายามที่จะส่งข้อความหาเว่ยฉิงเชินเพื่อถามถึงความในใจ
แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ปล่อยวางมันไป
หากว่าเว่ยฉิงเชินนั้นมีความชอบพอกับฮั่นเซียงอยู่จริง คำถามนี้ก็ไม่ได้ต่างไปจากการตอกย้ำตัวเขาไป
ต่อให้เว่ยฉิ