พียงเท่านั้น หากว่าไอ้ซากร่างของสิ่งที่มีชีวิตที่เรียกว่าราชานรกนี้มีประโยชน์กับเขาจริง ต่อให้ต้องดูดซับทีหลังมันก็ยังไม่สาย
หลังจากเก็บกวาดโดยรอบเท่าที่พบเจอแล้ว เฉินเฉียงก็ได้ยืนขึ้นแล้วเดินตามเสียงต่อไป
ในคราวนี้ ไม่เพียงเสีงหวีดหวิวเท่านั้นที่เขาได้ยิน เขาเริ่มที่จะรับรู้ได้ว่าไอ้เสียงหวีดๆนั่นกับกลายเป็นเสียงที่แหบพร่าแต่เขาก็พอจะจับใจความได้บ้าง
“ฮู่ววววว สาม….สิบ….ปี…..”
“อืออออสามมมมสิบปี…..ช่างยาวนานและเหนื่อยล้ายิ่งงงงงงงง”
“อืออออฮื้ออออออ ข้า…ทำดีที่สุดแล้ววววววว”
“วูซินนนนนน สำนึกผิดดดด”
“โว่ววววว พี่ชายยยยย”
ทันทีที่ได้รับรู้เสียงนี้ การมองเห็นของเฉินเฉียงก็กลับมากระจ่างชัด อย่างน้อยๆเขาก็มองเห็นทุกสิ่งรอบตัวในระยะสิบเมตรแล้ว
และเมื่อได้เห็นที่มาของเสียงที่หวีดหวิวและแหบพร่านั้นเองยิ่งทำให้เฉินเฉียงงงงวยหนักขึ้นยิ่งกว่าเดิม หลังจากเดินไปมาอยู่อีกสักพัก ในที่สุดเขาก็เห็นร่องรอยของเขตแดนอื่น
ในโครงสร้างของเขตแดนนี้ทำให้เขาได้รับรู้ว่ามันมีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีพื้นที่ประมาณห้าสิบตารางเมตร ภายในนั้นมีสามร่างได้หันหลังมาทางเฉินเฉียง มีร่างหนึ่งอยู่ตรงกลางโดยจับมือของอีกสองร่างเอาไว้ส่วนมือที่เหลือของอีกสองร่างนั้นได้แตะไปที่กำแพงของเขตแดนอีกที
ด้วยการที่เฉินเฉียงนั้นอยู่ห่างจากทั้งสามร่างเพียงแค่เจ็ดเมตร นี่ทำให้เฉินเฉียงค่อนข้างมั่นใจว่าไอ้เสียงแหลมเล็กและแหบพ