้ายนั้น เขาพึ่งจะดูราวกับคนที่อายุสามสิบไม่ก็สี่สิบปีเพียงเท่านั้น แต่ผมของเขานั้นกลับขาวโพลนและทั่วทั้งร่างราวกับหลอมรวมไปกับปรอทเลยทีเดียว
เป็นตอนนี้ที่เฉินเฉียงรู้สึกได้ว่าใบหน้าของทั้งสามน้ำดำคล้ำราวกับห้วงน้ำที่ลึกสุดหยั่ง ปากของพวกเขาปิดสนิท พร้อมผิวหนังที่แห้งกรังราวกับจะติดกระดูก นี่หมายความว่าไอ้เสียงเบาๆที่ดังหลอนประสาทก่อนหน้านี้นั้นมาจากส่วนลึกของจิตวิญญาณของพวกเขาทั้งสาม
ในที่สุดแล้ว สิ่งที่ทำให้เฉินเฉียงมั่นใจว่าทั้งสามตายไปแล้วนั้นนั่นก็คือเส้นสีดำที่มีความยาวประมาณสองเซนติเมตร ที่งอกออกมาตรงหว่างคิ้ว
ร่างที่จะมีเส้นนี้ปรากฏขึ้นมาได้นั้นจะต้องเป็นผู้บ่มเพาะที่แข็งแกร่งที่ตกตายไปเรียบร้อยแล้ว
เมื่อเห็นเป็นแบบนี้แล้ว เฉินเฉียงก็ไม่ได้ที่จะลอบถอดถอนลมหายใจออกมายาวๆ ก่อนที่เขาจะทุบอกตัวเองด้วยมือข้างหนึ่งรัวๆ ก่อนที่จะก้มหัวแล้วพูดออกมาอย่างเคารพ
“ผู้อาวุโส โปรดอย่าได้โทษข้าเลย”
“ถึงแม้ว่าข้าจะไม่รู้ว่ายามที่พวกท่านยังคงอยู่นั้นท่านอาจจะสู้กันจนเป็นตายตามเรื่องเล่าหรือไม่ก็ตาม”
“แต่ในตอนนี้ เมื่อเห็นว่าพวกท่านทั้งสามได้ละทิ้งความเกลียดชังแล้วสานสัมพันธ์ฉันเพื่อนสนิทได้ก่อนที่จะตกตายแบบนี้ ข้ารู้สึกว่าพวกท่านได้พบหนทางสงบแล้ว”
“แต่ด้วยการที่รุ่นเยาว์ผู้นี้มีการบ่มเพาะที่อ่อนด้อย แต่บังเอิญหลุดเข้ามาในสุสานของพวกท่านได้นั้น โปรดอย่าได้ถือสาในเรื่องนี้”
“แล้วถ้าหากท่านทั้งส