าอยู่กันชนิดกระชั้นชิด หมีใหญ่ก็อดไม่ได้ที่จะพูดออกมาอย่างดัง
“นี่หมายความว่าพวกแกไม่คิดจะออกไปจากที่ของพวกข้าจนกว่าจะคุยกันรู้เรื่องสินะ”
“นี่พวกแกคิดว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์กลายพันธุ์ของข้าจะยอมให้ถูกรังแกได้ง่ายๆรึไงกันถึงได้กล้ารวมหัวกันมาขนาดนี้ เหอะ”
ถึงแม้ว่ามนุษย์กลายพันธุ์จะมีความแข็งแกร่งที่อยู่เหนืออีกสองเผ่าพันธุ์ แต่หากมนุษย์และสัตว์ประหลาดร่วมมือกัน นั่นย่อมจบได้ไม่สวยอย่างแน่นอน
“พี่หลี่ก็พูดเกินไป ผู้อาวุโสฮั่นกับข้านั้นเพียงต้องการเห็นหน้าค่าตาของไอ้เด็กที่ได้รับความลับของบันไดสู่สรวงสวรรค์มาก็เท่านั้น”
“พวกเราไม่คิดก่อเรื่องอะไรโดยไม่จำเป็นอย่างแน่นอน เพียงแค่ต้องการสอบถามเพียงเท่านั้น”
“ผู้อาวุโสฮั่นล่ะ ท่านคิดเป็นอื่นใดหรือไม่”
ฮั่นจุยได้ยิ้มและพยักหน้ารับ “พี่เซียง(หมีใหญ่)กล่าวได้ถูกต้องแล้ว พี่หลี่ ข้าเองก็ได้ยินมาว่าเด็กน้อยของฝั่งท่านที่มีชื่อว่าหลิวหลางอยู่ ข้าเลยอยากจะเห็นหน้าค่าตาเด็กนั่นเช่นเดียวกัน เลยคิดชวนพี่เซียงมาพูดคุยเพียงเท่านั้น ไม่รู้ว่าท่านคิดเห็นเป็นเช่นไร”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ผู้อาวุโสหลี่ได้หัวเราะอย่างดังลั่นแล้วพูดออกมา “ต้าเซียง(หมีใหญ่) ฮั่นจุย พวกแกไม่ต้องมาทำปากดีนอบน้อม พวกเจ้าก็แค่อยากจะรู้ความลับของบันไดสู่สรวงสวรรค์ในเขตแดนจักรพรรดิเหมือนกันนั่นล่ะวะ”
“บอกตรงๆเลยนะว่าข้าอยากจะรู้ยิ่งกว่าพวกเจ้าอีก”
“แต่น่าเสียดายนัก ไอ้คนที่รู้เรื่องน