ื่อมองดูรอบๆแล้ว เว่ยหยวนตี้ก็ได้พบเจอคนที่มีหมอกไอดำคลุมร่างอยู่ข้างหลังหยานเสวี่ย
ไม่เพียงเท่านั้น หมอกไอดำนี้ไม่เพียงจะคลุมทั้งใบหน้า แต่กลับคลุมไปทั่วทั้งร่าง
“พี่ชายท่านนี้ หากข้าเข้าใจไม่ผิดท่านสมควรจะเป็นราชาสวรรค์ใช่หรือไม่ แล้วทำไมท่านไม่คิดจะแสดงหน้าค่าตาให้ข้าดูสักหน่อยล่ะ”
“หึ เว่ยหยวนตี้ คำถามของแกมันน่าขันนัก หากเจ้าถามมาแบบนี้ล่ะก็ งั้นข้าก็จะถามกลับไปแล้วกันว่าทำไมแกถึงไม่มีปีกสีเงินอยู่ด้านหลังล่ะ”
“ทำไมเจ้าไม่ถามไปเลยว่าเฉินเฉียงมีปีกสีเงินที่มีความยาวห้าเมตรแล้วส่งเสียงหึ่งๆที่ไม่เหมือนกับของข้าไปเลยให้มันจบเรื่องจบราวไป”
เมื่อเว่ยหยวนตี้ได้ยินแล้วนั้นก็รับรู้ว่าได้ว่าไม่ได้คำตอบจากราชาสวรรค์เป็นแน่ จึงทำเพียงยิ้มและพูดออกมา “ราชาสวรรค์อย่าได้เข้าใจข้าผิดไป ข้าเพียงแค่ต้องการทำความรู้จักท่านอย่างมีมิตรไมตรีเท่านั้น นี่จึงเป็นเหตุที่ข้าอยากจะเห็นใบหน้าที่แท้จริงของท่าน”
“มิตรไมตีรึ หึหึหึ ข้าไม่กล้าจะยกตนให้สูงขนาดนั้นหรอกนะเว่ยหยวนตี้ แกและข้าเองก็อยู่คนละเผ่าพันธุ์กัน หากไม่ใช่เพราะสถานการณ์ในวันนี้ล่ะก็ ข้าเองก็คงได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเจ้าแล้วเช่นกัน”
“ข้าขอบอกตามตรงเลยนะว่าไอ้พวกมนุษย์ที่เห็นใบหน้าที่แท้จริงของข้านั้นล้วนตกตายไปนานมากแล้ว แต่หากเจ้าต้องการจะเป็นรายต่อไปล่ะก็ ราชาผู้นี้ก็ยินดีที่จะสนองตอบ”
“พอแล้ว”
เมื่อได้กลิ่นดินปืนระหว่างเว่ยหยวนตี้และรา