กเกินไปกำลังพลของท่าจ้าวเองก็อาจเกิดความระส่ำระสาย”
เมื่อได้ยินแบบนี้ ฮั่นจุยได้พูดออกมาตรงๆ “ผู้การเว่ยก็พูดเกินไป แต่ข้านั้นเห็นด้วยกับที่ท่านว่าที่ว่าให้ผู้การจ้าวตัดสินโทษ ยังไงซะเด็กนี่ก็เป็นคนของตนที่ก่อเรื่องราวอย่างใหญ่โต”
ร่างกายของจ้าวลี่ในตอนนี้ครั่นคร้าม ในทันทีเมื่อได้ยินประโยคสนทนาระหว่างเว่ยหยวนตี้และฮั่นจุย
ก็จริงที่ว่าเขานั้นถึงผู้การร่วมแห่งตึกจอมพลภาคกลาง และตำแหน่งของเขาอยู่เหนือกว่าเว่ยหยวนตี้และหลิวตัน แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าฮั่นจุยแล้ว ตำแหน่งของเขาก็ไม่ได้ต่างไปจากเศษอึ
ผู้อาวุโสสูงแห่งสภาสูงภาคกลางนั้นมีอำนาจสิทธิ์ขาดในการสั่งลงโทษผู้การร่วมทั้งสามยังไงตอนไหนก็ได้
หรือจะให้พูดอีกอย่างหนึ่งคือหากเขาจัดการเรื่องนี้ไม่ดี ฮั่นจุยสามารถปลดเขาออกจากตำแหน่งได้ในทันทีและตรงนี้เลยด้วยซ้ำ
ทุกอย่างนี้เป็นเพราะไอ้ระยำเฉียวกัง
เมื่อคิดได้ดังนี้ ประกายแสงเย็นยะเยียบได้อาบดวงตาของจ้าวลี่ในขณะที่หันไปมองเฉียวกังอย่างอาฆาต
เมื่อฮั่นจุยมอบชะตาของตนให้ขึ้นอยู่กับจ้าวลี่ นี่ทำให้เฉียวกังรู้สึกถึงวิกฤตในทันที
ในตอนนี้เมื่อเฉียวกังได้เห็นสายตาที่เย็นยะเยียบนี้ทำให้เฉียวกังรู้สึกเสียวสันหลังจนขนลุกขนชัน
“ท่านจ้าว ผู้อาวุโสฮั่น โปรดเมตตา ข้านั้นเห็นไอ้ตัวเวรตะไลเฉินเฉียงนั่นกับตาข้างในเขตแดนจักรพรรดินั่น โปรดเชื่อข้า มันต้องเป็นไอ้จางหยวนและพวกของมันที่คิดปกปิดและใส่ร้ายข้า”
“นี่แกยัง