กล้าพูดอีกเรอะ”
เมื่อได้ยินว่าประโยคที่พูดออกมานี้ยังคงเป็นการกล่าวหาเฉินเฉียงและพวกอย่างที่สุด จ้าวลี่ผู้ซึ่งอยู่ในระดับราชานักรบได้ใช้วิธีการของราชาโจมตีเฉียวกังจนทำให้กระอักเลือดและบาดเจ็บภายในอย่างรุนแรง
อย่างไรก็ตาม ฮั่นจุยนั้นได้ยกเรื่องนี้ให้จ้าวลี่จัดการแล้ว แต่ฮั่นจุยก็ไม่คิดว่าเฉียวกังกลับไม่คว้าโอกาสรอดนี้ไว้ในวาระสุดท้าย
ฮั่นจุยในตอนนี้มีสีหน้าที่นิ่งเรียบและพูดออกมาอย่างเย็นชา “เฉียวกัง ข้านั้นให้โอกาสเจ้ามากมายหลายครั้ง แต่ยิ่งข้าให้โอกาสเจ้า แต่เจ้ากลับยิ่งดึงข้าให้ถลำลึกมากขึ้นไปเรื่อยๆ”
“เหนือสิ่งอื่นใดแล้ว ทุกครั้งที่เจ้าดึงให้ข้าถลำลึก เจ้ากลับทำให้ข้าผิดหวังซ้ำไปซ้ำมา กับตัวตนเล็กๆเช่นเจ้านั้น ไม่เพียงจะกล้ากล่าวหาเฉินเฉียงอย่างไม่มีหลักฐานอะไรเลยแล้ว ยังมีหน้ามากล่าวหากองกำลังเทียนเว่ยที่เป็นหนึ่งในกองกำลังชั้นยอดของเผ่าพันธุ์ให้แปดเปื้อนอย่างที่สุด”
“บาปของเจ้านั้นต่อให้สวรรค์จะให้อภัย แต่ข้าในนามของเผ่าพันธุ์แล้วนั้นไม่อาจให้อภัยเจ้าได้”
“หรือว่าเจ้าคิดว่าพวกเราไม่รู้จักเฉินเฉียงกัน”
“ความจริงแล้วข้าเองก็อยากจะให้โอกาสเจ้ากลับตัวคิดใหม่ทำใหม่ แต่เป็นตัวเจ้าที่ไม่ยอมคว้ามันเอาไว้”
“ให้ข้าบอกเจ้าตามตรงเลยนะว่าเมื่อสามปีก่อนนั้นน่ะ เจ้าคงจำได้ว่านอกจากข้าแล้วยังมีผู้อาวุโสถงและผู้อาวุโสเทีย”
“นอกจากพวกข้าแล้วยังมีผู้การร่วมอีกสามคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ พวกเราเห็นกันก