่นอน”
หลังจากปาดเหงื่อเย็นบนหน้าผากไปทีหนึ่ง เฉียวกังได้ชี้ไปที่เม่ยหลัวหลันแล้วพูดออกมา “แก เอาแหวนมาดูซะ”
เม่ยหลัวหลันได้เดินขึ้นหน้าอย่างมาดมั่นแล้วพูดออกมา “ถอยออกไป”
“ห้ะ” เฉียวกังอุทานออกมาอย่างสับสน
“ข้าบอกให้แกถอยไปให้พ้นทาง หากเจ้าไม่ถอยแล้วข้าจะเอาของออกมาหมดได้ยังไง”
“ชิ แค่นายพลวิญญาณขั้นกลางแบบเจ้าจะไปมีของมากสักแค่ไหนกัน” เฉียวกังพูดอย่างดูถูกก่อนที่จะก้าวถอยหลังไปสองก้าว
“ไปให้ไกลกว่านั้น” เม่ยหลัวหลันตะคอกออกมาอย่างอารมณ์เสีย
“แก…. ฮึ่ม”
เฉียวกังได้ชี้หน้าเม่ยหลัวหลันจนตัวสั่นด้วยความโกรธ ท้ายที่สุดเขาก็เดินถอยหลังไปอีกสามก้าว
เม่ยหลัวหลันพยักหน้ารับก่อนที่จะเปิดแหวนเก็บของของตน
เธอได้นำแหวนออกมาห้าวง
ฉากนี้นั้นได้ทำให้ผู้คนสนใจในทันทีเพราะต่างก็สงสัยว่าหญิงสาวระดับนายพลวิญญาณผู้นี้จะมีของมากสักเท่าใด
ภายใต้สายของผู้คน เม่ยหลัวหลันได้เปิดแหวนวงแรกออกมา
ด้วยการที่เม่ยหลัวหลันอยู่กลางวงนั้น พื้นที่โดยรอบประมาณห้าเมตรของเธอนั้นเต็มไปด้วยสิ่งของประเภทหนึ่ง มันคือ….เสื้อผ้า
แถมยังเป็นเสื้อผ้าของทั้งผู้ชายและผู้หญิง เต๊นท์ เครื่องครัว มีแม้กระทั่ง….ร่ม
“ฮ่าฮ่าฮ่า….”
เมื่อได้เห็นของของเม่ยหลัวหลันแล้ว เฉียวกังอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับใบหน้าของฮั่นจุยและเหล่าผู้การร่วมที่มืดครึ้ม
“ข้าว่าแล้วว่ากับอีแค่ผู้หญิงที่อยู่ในระดับนายพลวิญญาณขั้นกลางนั้นจะไปมีด