่อย่างนั้นแน่นอน
ท่าทางของเฉินเฉียงที่เขาได้พบเจอ มันทำแม้กระทั่งเรียกชื่อเขาออกมา ยังไงคนคนนั้นก็ต้องเป็นเฉินเฉียง
ต้องมีอะไรบางอย่างผิดพลาดแน่ๆ
เฉียวกังได้คิดอีกพักหนึ่งก่อนที่จะจ้องเขม็งไปที่จางหยวนและพวก
ในตอนนี้เฉียวกังก็ได้เหลือบไปมองแหวนเก็บของของจางหยวนด้วยแววตาที่ส่องประกาย
“ข้าเข้าใจแล้ว”
เฉียวกังลุกพรวดขึ้นจากพื้น ก่อนที่จะชี้ไปที่จางหยวนและตะโกนโหวกเหวกออกมา “ผู้อาวุโสฮั่น ข้ารู้แล้วว่าทำไมพวกมันถึงไม่ได้มีข้อมูลของเฉินเฉียงในกำไลสื่อสาร พวกมันต้องมีกำไลสื่อสารเฉพาะสำหรับสื่อสารกับเฉินเฉียงเป็นแน่”
ตราบใดที่ท่านค้นแหวนของจางหยวนและพวก ข้าเชื่อว่าต้องพบร่องรอยของเฉินเฉียงอย่างแน่นอน
เมื่อกองกำลังเทียนเว่ยทั้งกองกำลังได้ยินคำพูดนี้ ทุกคนต่างก็แสดงสีหน้าที่เหี้ยมเกรียมและเดินเข้าหาเฉียวกังด้วยท่าทางเอาเรื่อง
นี่ทำให้เฉียวกังนั้นมั่นใจอย่างที่สุดว่าสิ่งที่ตนคิดนั้นถูกต้องแล้ว
“ผู้อาวุโสฮั่น ท่านเห็นรึเปล่า จางหยวนและพวกมันกลัวจนลนลานไปหมดแล้ว มันต้องมีอะไรปิดบังเป็นแน่”
ฮั่นจุยและเว่ยหยวนตี้เองเมื่อเห็นท่าทางนี้แล้วก็อดเข้าใจผิดไม่ได้เช่นเดียวกัน อย่างน้อยๆพวกเขาต่างก็รู้แน่ว่าจางหยวนปิดบังอะไรบางอย่าง
หลังจากลังเลอยู่เล็กน้อย ฮั่นจุยก็ได้ยกมือให้สัญญาณแล้วพูดออกมา “ก็ได้ ค้นแหวนของกองกำลังเทียนเว่ยซะ”
“หยุดก่อน”
ในครั้งนี้จางหยวนได้ร้องห้ามปรามอย่างไม่ไยดี
ฮั่นจุยถึงกับขมว