ดคิ้วในทันทีเมื่อได้ยินแล้วถามออกมา “จางหยวน นี่เจ้ากล้าขัดขืนการตัดสินใจของข้ารึ”
“ผู้น้อยไม่กล้า”
จางหยวนได้พูดออกมาโดยไม่ได้มีท่าทียโสแต่อย่างใด “ข้าเองก็ต้องการหาความยุติธรรมให้กับพวกข้าเช่นเดียวกัน”
“แต่ท่านก็เห็นว่าในตอนนี้กองกำลังเทียนเว่ยที่ไม่มีเฉินเฉียงเป็นกัปตันนั้นได้อยู่ภายใต้การนำของข้าในฐานะรองกัปตัน”
“ข้า ในฐานะผู้นำกองกำลังเทียนเว่ย ถึงแม้พวกข้าจะมีเพียงสิบสามคน แต่ทุกคนนั้นล้วนแล้วตั้งมั่นในการหนุนนำสร้างคุณประโยชน์ให้กับเผ่าพันธุ์ของพวกเรา”
“แต่ด้วยคำพูดของเฉียวกัง ขยะของเผ่าพันธุ์เพียงคนเดียว กลับทำให้พวกเรากดขี่ข่มเหงอย่างมากมายหลายหนติดติดกัน”
“เพียงคำพูดของไอ้ตัวระยำพันธุ์นี้กลับทำให้ชื่อเสียงของกัปตันของพวกข้านั้นต้องมัวหมอง นี่ทำให้พวกข้าปวดใจนัก”
“ข้าขอถามหน่อยเถอะว่านอกจากคำพูดของเฉียวกังแล้วนั้นมีใครคนใดที่ได้พบเจอกัปตันของข้าในเขตแดนจักรพรรดิบ้างหรือไม่”
เมื่อพูดจบ จางหยวนได้กวาดตาดูโดยรอบก็ไม่พบเจอผู้ใดที่จะบอกว่าพวกเขาได้พบเจอเฉินเฉียง นี่ทำให้จางหยวนยืดอกตรงแล้วพูดออกมา “ผู้อาวุโสฮั่น แหวนเก็บของนั้นเป็นสิ่งของส่วนตัวอย่างที่สุดเพื่อเก็บวัตถุบ่มเพาะที่พวกเราได้มาจากเขตแดนจักรพรรดิอย่างถูกต้อง”
“และก่อนที่จะเข้าไป เหล่าผู้การก็ได้ปรารภไว้แล้วว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้จากเขตแดนจักรพรรดินั้นล้วนตกเป็นของผู้ที่เก็บได้”
“แต่ในตอนนี้เฉียวกังกลับกดขี่พวกเราปร