ะดุจช้างม้า ไม่เพียงจะใส่ร้าย ยังคิดที่จะให้พวกเราเผยในสิ่งที่ได้รับมาจากเขตแดนจักรพรรดิอีก แล้วพวกเราจะปล่อยให้เป็นไปโดยง่ายได้อย่างไร”
ก่อนที่จางหยวนจะพูดประโยคถัดไป เฉียวกังได้หัวเราะลั่นและชี้ไปที่จางหยวนแล้วพูดออกมา “จางหยวน เจ้าและพวกอีกเพียงแค่สิบสองคนเนี่ยน่ะนะ แต่รอดกลับมาได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ก็บุญหัวแล้ว”
“ด้วยระดับการบ่มเพาะของพวกแกเนี่ยนะว่าทำคุณประโยชน์ให้กับเผ่าพันธุ์ ข้าล่ะอยากจะรู้จริงๆว่าพวกเจ้าได้อะไรกลับมาบ้าง”
“เหอะ ก่อนหน้านี้ข้าก็ได้ยินผู้การร่วมของเจ้านั้นกล่าวเชยชมเจ้านักหนาในความแข็งแกร่งของพวกเจ้า แต่ในมุมมองของข้านั้นพวกเจ้าก็แค่หดหัวหลบซ่อนอยู่ตลอดสามปีที่ผ่านมาเท่านั้นล่ะวะ ไม่อย่างนั้นพวกเจ้าคงไม่หลงเหลือรอดกลับมาได้ทุกคนเช่นนี้หรอก”
“เหอะ นี่เจ้าคิดจริงๆเหรอว่ากองกำลังอื่นนั้นเทียบเจ้าไม่ได้กัน”
“มีกองกำลังไหนบ้างที่ไม่สูญเสียนักรบไป”
“บางกองกำลังนั้นตกตายยกกองไปเลยด้วยซ้ำ”
“เฉียวกัง แกกล้า….เกียรติยศแห่งกองกำลังเทียนเว่ย ตายได้หยามไม่ได้”
ด้วยการนำของจางหยวนทำให้เหล่าสมาชิกทั้งสิบสองคนก้าวขึ้นมาและตะโกนออกมาอย่างพร้อมเพรียงจนน่าฉงน
เฉียวกังที่พูดจาวางท่าใส่จางหยวนอย่างโอ่อ่าก็ต้องถอยร่นเป็นพัลวันและไม่กล้าจะพูดอะไรออกมาอีก
จางหยวนไม่ได้แยแสแต่เฉียวกังอีกต่อไปแล้วหันไปมองฮั่นจุย
“ผู้อาวุโสฮั่น เพื่อเป็นการพิสูจน์ความบริสุทธิ์และเรียกคืนเกียรติยศของกอ