ังไงซะตลาดสามปีมานี้ หากว่ากองกำลังเทียนเว่ยได้พูดคุยกับหัวหน้าของตนย่อมต้องเหลือร่องรอยในกำไลสื่อสารอยู่บ้าง
เมื่อจางหยวนและพวกได้ยินแล้วใบหน้าก็เปลี่ยนไปในบัดดล นั่นก็เพราะโชคดีที่พวกเขานั้นได้รับการแนะนำจากเฉินเฉียงมาแล้วเกี่ยวกับการลบข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเฉินเฉียง ไม่อย่างนั้นในวันนี้พวกเขาคงยากจะหลุดพ้น
แต่เมื่อเฉียวกังได้เห็นท่าทางที่เปลี่ยนไปของจางหยวนและพวกแล้วนั้นกลับคิดไปอีกทางจนทำให้ใจชื้นขึ้นมา
เมื่อเห็นจางหยวนและพวกใบหน้าสงบนิ่ง นี่แสดงให้เห็นเขานั้นพูดถูกต้องแล้วจนทำให้พวกมันนั้นต้องอยู่กันไม่สุขเป็นแน่
ผู้คนที่อยู่โดยรอบเมื่อเห็นท่าทางที่เปลี่ยนไปของสมาชิกกองกำลังเทียนเว่ยแล้วนั้นต่างก็คิดว่าจางหยวนและพวกกำลังเข้าตาจน
“เฉียวกัง…..นี่มันมากเกินไปแล้วนะโว้ย เจ้าสร้างเรื่องวุ่นวายให้พวกข้าอย่างมากมายขนาดนี้นี่มันใส่ความกันเห็นๆ”
“จริงด้วย แกเป็นใครกันทำไมพวกข้าต้องให้แกตรวจสอบข้อมูลปฏิบัติการของพวกเราด้วย ห้ะ”
“เฉียวกัง ไอ้ตัวกะโหลกกะลาอย่างแกเนี่ยนะจะมาขอดูข้อมูลปฏิบัติภารกิจ ฝันไปเถอะโว้ย พวกข้าคือนักรบแห่งเผ่าพันธุ์ที่ทำงานอันทรงเกียรติในฐานะทหารหาญกล้า แล้วคนอย่างเจ้ามีสิทธิอะไรที่จะมาตรวจสอบข้อมูลของพวกเรา”
การแสดงออกของจางหยวนและพวกที่แสดงถึงความขุ่นเคืองใจในตอนนี้นั้นยิ่งทำให้เฉียวกังคิดว่าจางหยวนและพวกจนปัญญาเข้าไปอีก เขาจึงรีบเข้าไปขอร้องฮั่นจุยในทันที