้ไว้ว่าตึกจอมภาคกลางนี้คือสถานที่ที่ดีที่สุดและเหมาะสมกับผู้มีความสามารถเลิศล้ำเช่นเจ้า ด้วยความสามารถที่เลิศล้ำนี้ เจ้าจะกลายเป็นราชาคนใหม่ได้เพียงเวลาไม่กี่ปี”
เมื่อได้ยินจ้าวลี่พูดออกมาแบบนี้ เว่ยหยวนตี้แทบจะทรุดในทันที ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีความสุขเมื่อได้ยิน แต่เขาเองก็ไม่อาจจะทัดทานคำขอนี้ได้ ทำได้เพียงยืนเฉยๆไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้
จางหยวนและคนกองกำลังเทียนเว่ยคนอื่นที่ได้ยินก็อดที่จะมองเจิ้งยี่อย่างอยู่ไม่สุขเสียมิได้
บอกตามตรงแล้ว สิ่งที่จ้าวลี่เสนอนี้เป็นสิ่งที่ยั่วยวนจนไม่ว่าใครก็ยากจะปฏิเสธ
อย่างไรก็ตาม จางหยวนนั้นไม่ได้รู้ว่าเจิ้งยี่เองนั้นเป็นคนเช่นไร เขาถึงกับกล่าวคำสัตย์สาบานต่อเฉินเฉียงด้วยซ้ำว่าต่อให้เขาตาย เขาก็จะตายในนามของนักรบแห่งกองกำลังเทียนเว่ย
และเป็นดังที่ว่า เพียงสิ้นเสียงคำพูดของจ้าวลี่ เจิ้งยี่ได้ยืนตัวตรงและโค้งให้อย่างเคารพ “ขอขอบคุณท่านนายพลจ้าว ข้านั้นรู้สึกยินดียิ่งที่ได้รับคำชวนของท่าน แต่ ข้า เจิ้งยี่ ได้ให้สัตย์สาบานไว้แล้วว่าจะเข้าร่วมเพียงกองกำลังเทียนเว่ยเพียงเท่านั้น และไม่คิดแยกจากไปไหน ดังนั้น โปรดให้อภัยคนต่ำต้อยเช่นข้าด้วย”
“ฮี่ฮี่ฮี่ ไม่มีปัญหา ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่ต้องกังวลอะไร”
ถึงจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่ใบหน้าของจ้าวลี่นั้นบูดบึ้งอย่างที่สุด
หลังจากโดนปฏิเสธถึงสองครั้งสองครา แน่นอนว่าจ้าวลี่ ในฐานะผู้การร่วมแห่งตึกจอมพลภาคกลางย่อมถือได้ว่าเสียหน