้าอย่างที่สุด
ในช่วงเวลาที่น่าขื่นขมนี้เอง ตัวแทนสภาสูงภาคกลาง ฮั่นจุยได้เดินเข้ามา
“ผู้การร่วม จำนวนนักรบที่เหลือในแต่ละตึกจอมพลเป็นยังไงบ้าง”
“พวกเรา ทำความเคารพผู้อาวุโสฮั่น”
ภายใต้การนำของเจ้าหลี่ ทุกคนในที่นี้ต่างทำความเคารพฮั่นจุยอย่างแข็งขัน จ้าวลี่ หลิวตัน และเว่ยหยวนตี้เองต่างรายงานการสูญเสียต่อฮั่นจุย
“โห่ ไม่เลว เทียบกับครั้งก่อนแล้วครั้งนี้ยังดีกว่านัก”
เป็นตอนนี้ที่สายตาฮั่นจุยได้เหลือบไปมองที่เว่ยฉิงเชินที่อยู่ข้างหลัง
“ฮื้ม นั่นมันอัจฉริยะแห่งเผ่าพันธุ์ไม่ใช่เหรอ เว่ยฉิงเชินสินะ ออกมาหาข้าหน่อยสิ”
เว่ยฉิงเชินนั้นความจริงแล้วรังเกียจฮั่นจุยด้วยใจจริง แต่เว่ยหยวนตี้นั้นรู้สึกภูมิใจที่ได้ยินจนผลักลูกสาวของตนดันขึ้นหน้าไป
“ผู้อาวุโสฮั่น สวัสดียามเช้าค่ะ”
เว่ยฉิงเชินบังคับตัวเองให้ก้มหัวบังคับพลางถอยหลังกลับมา
ฮั่นจุยได้มองเธออย่างที่ถ้วนก่อนที่จะเอ่ยปากกล่าวคำชมออกมา “ผู้การเว่ย เจ้านั้นให้กำเนิดลูกสาวที่ดียิ่งนัก”
“เพียงแค่สามปีเท่านั้นก็ก้าวเข้าไปอยู่ระดับกึ่งราชาได้แล้ว”
“ในมิติจักรพรรดินั่นคงมีเพียงไม่กี่คนที่เทียบเท่าเจ้าได้ซะกระมัง”
“ไม่เพียงเท่านั้นผู้อาวุโสฮั่น เมื่อพวกเราขึ้นไปบนบันไดสู่สรวงสวรรค์ในเขตแดนจักรพรรดินั้น เหล่านักรบทั้งหมดของสามเผ่าพันธุ์ที่ขึ้นไปถึงล้วนแล้วแต่อยู่ในระดับเทียบเคียงกับระดับนายพลวิญญาณขั้นสูงทั้งหมดทั้งสิ้น มีเพียงคุณหนูเว่ยเท่านั้นที