่อยู่ในระดับกึ่งราชา”
หลู่ฟางนั้นอยากจะปกป้องเว่ยฉิงเชินจึงได้ก้าวออกมารายงานและใช้ร่างบังนางเอาไว้
“ถูกต้อง ผู้อาวุโสฮั่น ข้าจดจำได้ว่ายามที่คุณหนูเว่ยขึ้นไปถึงนั้น แม้เธอจะขึ้นไปถึงเป็นอันดับสอง แต่นางกลับทรงพลังเหนือใคร”
กัวเหลียงได้ก้าวขึ้นหน้าออกมาพลางกล่าวเสริม
เว่ยฉิงเชินเองนั้นกลับรู้สึกกระดากอายขึ้นมาหลังจากถูกคนอื่นกล่าวชมตนต่อผู้คน
“นี่แสดงให้เห็นว่าในเหล่านักรบของทั้งสามเผ่าพันธุ์นั้นมีผู้มีความสามารถหลายคน ข้าเองก็เป็นเพียงหนึ่งในนั้นเท่านั้น”
“ฮ่าฮ่าฮ่า เว่ยหยวนตี้ เจ้าไม่เพียงจะมีลูกสาวที่มีความสามารถสูงล้ำ ยังเป็นคนถ่อมตนอีก นี่สิถึงเป็นอนาคตของมนุษยชาติ”
ยิ่งเห็นว่าฮั่นจุยอวยเธอมากเท่าไหร่ นี่ยิ่งทำให้เว่ยฉิงเชินกระดากอายมากขึ้นเท่านั้น
“อ้อ ใช่แล้ว ในครั้งนี้ตอนที่ขึ้นไปยังบันไดสู่สรวงสวรรค์นั่น มีใครที่ได้อะไรมาบ้างรึเปล่า”
ฮั่นจุยถามพลางมองไปที่เว่ยฉิงเชิน
จากมุมมองของฮั่นจุยแล้ว เว่ยชิงเฉินที่มีความสามารถสูงล้ำนี้สมควรจะได้รับอะไรกลับมาบ้าง หรือหากจะมีใครสักคนที่ได้ก็ควรจะไม่พ้นเว่ยฉิงเชิน
อย่างไรก็ตาม เป็นตอนนี้ที่ทุกคน รวมถึงฉิงเชิน จางหยวนและคนในกองกำลังเทียนเว่ยได้ก้มหัวกันหมดเมื่อได้ยินคำถามนี้
เมื่อได้ยินดังนี้ ฮั่นจุยก็ได้ยิ้มออกมา “ไม่เป็นไร ยังไงซะมันก็คือเขตแดนจักรพรรดิ และบันไดสู่สรวงสวรรค์นั่นก็ทำหน้าที่ของมันในการรักษาความลับได้เป็นอย่างดีมาโดยตลอด