ัย ก่อนที่จะส่งข้อความตอบกลับมา “อยากรู้รึ ขึ้นมาดูเองก็แล้วกัน”
เมื่อเฉินเฉียงได้เห็นข้อความก็อดที่จะยิ้มแหยๆออกมาเสียไม่ได้ ก่อนที่จะส่งข้อความนี้ให้กัวเหลียงและหนี่เฟิงดู
-ไอ้หยา องครักษ์หยานของเจ้าช่างขี้เหนียวนัก บอกออกมาแล้วจะตายรึไงกันเนี่ย บอกมาอย่างกับไม่บอกอะไรเลย-
-องครักษ์หยานทำถูกต้องแล้วน่า ยังไงซะพวกเราก็ควรจะต้องพึ่งตนเองจะเป็นการดีที่สุด-
-ทั้งศิษย์พี่กัวและจางหยวนต่างมาถึงจุดนี้ได้ด้วยระดับนายพลวิญญาณขั้นสูงนา นี่ก็เป็นสิ่งพิสูจน์ว่าพวกท่านเหมาะสมแล้ว-
-อีกอย่าง ข้าได้ยินมาว่าจางหยวนนั้นตั้งเป้าให้คนในกองกำลังอย่างน้อยครึ่งหนึ่งตั้งไปให้ถึงยอด-
-ดังนั้นศิษย์พี่กัวเองก็…..สู้ๆละกัน อย่าทำให้กองกำลังของเราต้องขายหน้าซะล่ะ-
กัวเหลียงที่ได้ยินก็ราวกับจะมีแรงฮึดจนหน้าแดงก่ำแล้วพูดออกมา –ศิษย์น้องวางใจได้ ข้าจะไม่ทำให้กองกำลังของเราต้องขายหน้าอย่างแน่นอน-
เฉินเฉียงพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจและก้าวเดินต่อไป
ด้วยการที่หยานเสวี่ยเป็นคนแรกที่ขึ้นไปถึงยอดบันได เมื่อคนที่เหลือได้เห็นก็ได้ราวกับเป็นการเติมเชื้อไฟใจสู้ของนักรบทั้งสามเผ่าพันธุ์ที่เห็น โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นว่าหยานเสวี่ยนั้นอยู่ๆก็หายไป นักรบทุกคนต่างก็กลัวว่าหยานเสวี่ยจะเข้าไปกวาดสมบัติเรียบวุธคนเดียวจึงเร่งฝีเท้าของตน
หลังจากผ่านไปนาน เฉินเฉียงนั้นอยากจะใช้เกราะพลังงานชนิดที่ใจแทบขาด เพื่อต้องการขึ้นไปให้ถึงไปทางเร็