ับการบ่มเพาะ โดยไม่สนใจที่จะดูทักษะต่างๆของเขาแม้แต่น้อย
มีเพียงตอนที่ศิษย์พี่ของเขากล่าวออกมานี้เขาจึงได้สังเกตว่าร่างกายของเขาเองนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
แต่เดิมร่างกายของเขาอยู่ในสภาพที่เรียกว่าสมส่วนเพียงเท่านั้น
ถึงแม้ยามที่ร่างกายของเขาจะอ่อนแอเมื่อถึงขีดสุด กระแสจิตของเขาก็รับรู้ได้เพียงว่ากล้ามเนื้อของเขาอ่อนแรงราวกับฟองน้ำที่ขาดน้ำมานานเพียงเท่านั้น เป็นตอนนี้ที่เมื่อจิตวิญญาณของเขาฟื้นฟู เขาถึงได้รับรู้ในการเปลี่ยนแปลงของร่างกายของตน
“ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านจะทะลวงขั้นที่นี่รึเปล่า”
หลู่ฟางส่ายหัวไปมาในทันที “ข้าพึ่งจะเปิดจุดชีพจรไปแล้วและตอนนี้ก็อยู่ในช่วงคอขวดน่ะ คงต้องพักอีกสักหน่อยแล้วถึงจะเพิ่มพลังสายเลือดทดแทนที่เสียไปได้”
“ก็ดี ศิษย์พี่ ข้าว่าข้าจะข้ามขั้นที่นี่แหละ”
เมื่อพูดจบ เฉินเฉียงก็ได้ฝืนร่างกายก้าวเดินขึ้นไปต่อ
หลู่ฟางที่ได้ยินก็ได้ถามออกมาอย่างสับสน “ศิษย์น้องเล็ก เจ้าเองพึ่งจะเปิดจุดมาไม่ใช่รึ ไม่เหมาะมั้งนั่น”
“ฮี่ฮี่ฮี่ ศิษย์พี่ใหญ่ วิธีการของข้าแตกต่างจากคนอื่นสักหน่อยน่ะ”
เฉินเฉียงพูดก่อนจะเดินต่อ
แต่ด้วยการที่เขาหมดแรงอยู่ ทำให้ต้องเสียเวลามากแม้จะยืนขึ้นได้ก็ตาม
ถึงกระนั้น เฉินเฉียงก็ไม่คิดยอมแพ้ ไม่อย่างนั้นไอ้สิ่งที่เขาทำเป็นเท่กับศิษย์พี่ใหญ่ของเขาก็จะไร้ค่าในทันที
เฉินเฉียงยังคงฝืนยืนและพยายามก้าว……คลานขึ้นไปราวกับเส้นก๋วยเตี๋ยวที่ถูกรีดหมุนกลับไป