ง
ด้วยการที่กัวเหลียงนั้นอยู่ในระดับนายพลวิญญาณขั้นกลางช่วงปลาย หากเขานั้นสามารถก้าวเข้าสู่ระดับนายพลวิญญาณขั้นสูงได้ เขาย่อมเดินไปต่อได้เกินกว่าหกร้อยขั้นเป็นแน่ เป็นไปได้ว่าเขาจะใช้โอกาสนี้ในการก้าวเข้าสู่ระดับนายพลวิญญาณขั้นสูง
ส่วนหนี่เฟิงนั้นเธอมีระดับการบ่มเพาะต่ำกว่ากัวเหลียง เธอเปิดจุดชีพจรได้เพียงยี่สิบสามจุด แต่เพื่อต้องการแสดงความเหนือกว่าในตัวกัวเหลียง เธอจึงยังเดินไปต่อและหยุดในขั้นเกือบจะเจ็ดร้อยและยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุด
ดูเหมือนว่าเธอจะทำอย่างนี้มาตั้งแต่ขั้นที่ห้าร้อยแล้วกระมัง
และในจุดนี้เป็นจุดที่ผู้มีระดับเดียวกับนายพลวิญญาณขั้นกลางเกือบทั้งหมดหยุดอยู่ที่นี่
นี่หมายความว่าคนเหล่านี้ยังแข็งแกร่งน้อยกว่าหนี่เฟิง
นี่ทำให้เฉินเฉียงไม่แปลกใจเลยจริงๆที่หนี่เฟิงนั้นสามารถสู้รบตบมือกับระดับนายพลวิญญาณขั้นสูงได้ด้วยตัวคนเดียวทั้งๆที่มีระดับการบ่มเพาะที่ต่ำกว่า
และเมื่อได้รับรู้ว่าทรัพยากรบุคคลในกองกำลังเทียนเว่ยของตนดีขนาดนี้แล้ว เฉินเฉียงได้นั่งลงและทำการดูดซับแผ่นแก่นพลังงานเสียตรงนี้
หลังจากผ่านไปครึ่งวัน เฉินเฉียงก็เปิดจุดชีพจรที่ยี่สิบเอ็ดได้ หลังจากเติมเต็มมันแล้ว เขาก็ได้ลืมตาขึ้นมาก็พบเห็นเทพเงินตราเปิดจุดชีพจรได้แล้วเตรียมที่จะเดินขึ้นไปต่อ
ทั้งสองได้มองหน้าแล้วยิ้มให้กัน
-ห้ะ กัปตัน ท่านไม่ได้ใช้พลังสายเลือดเหรอ อย่าบอกนะว่าท่านมาถึงห้าร้อยขั้นนี้ได้ด้วยร่างกายอ