กเขาต่างก็ไม่คิดว่าคนของจางหยวนและหลู่ฟางที่เป็นตัวเปิดจะต้องมาขัดแย้งกับคนของซุนเหลียงเรื่องแก่นคริสตัลแบบนี้
หลู่ฟางได้มองไปที่คนของตนแล้วพูดออกมา “ซูชุย เลิกสู้กันเถอะน่า ปล่อยมันไปเถอะ พวกเราเข้าเหมืองกันดีกว่า”
เมื่อเทียบกับแก่นวิญญาณล้ว แก่นคริสตัลเหล่านี้ไร้ค่านัก เมื่อได้ยินแบบนี้ทำให้นักรบระดับนายพลวิญญาณขั้นกลางคนหนึ่งที่ชื่อว่าซูชุยมองค้นไปที่ซุนเหลียงก่อนที่จะเดินตามหลู่ฟางเข้าไปยังสายแร่แก่นวิญญาณ
“หยุดเดี๋ยวนี้”
ก่อนที่จางหยวนและหลู่ฟางจะเดินไปด้วยกันนั้น ซุนเหลียงได้ทัดทานขึ้นมา “พี่จางหยวน ถึงแม้พวกเราพึ่งจะฆ่าสัตว์ประหลาดไปก็จริง แต่คงจะเป็นการดีกว่าหากพวกเรานั้นแบ่งแยกการเก็บแก่นวิญญาณพวกนี้ตามจำนวนคนอย่างเท่าเทียบ”
เมื่อได้ยินแบบนี้ จางหยวนก็แสดงออกมาอย่างเย็นชาในทันที “กัปตันซุนเหลียง เจ้าหมายความว่ายังไง เจ้าลืมไปรึเปล่าว่าพวกเรานั้นเป็นคนพาเจ้ามาที่นี่ เจ้าคิดว่าเจ้านั้นมีปัญญาหาเหมืองแก่นวิญญาณแห่งนี้พบด้วยความสามารถของตัวเองหรือยังไง”
“ยิ่งไปกว่านั้นคือตอนที่ฆ่าสัตว์ประหลาดนั้น พวกข้าก็เป็นฝ่ายลงมือฆ่าพวกมันไปเกินครึ่งด้วยซ้ำ ต่อให้พวกเราแยกกันทำงานจริง แต่ควรจะแบ่งมันคนละครึ่งด้วยซ้ำ”
“ครึ่ง หึหึหึ”
ซุนเหลียงได้ส่ายหัวไปมาในทันที “ต่อให้ข้าเห็นด้วยกับเรื่องนี้ ข้ากลัวว่าพี่น้องของข้าจะไม่เห็นด้วยนะ”
“พี่ชายจางหยวน หากมองในมุมกำลังรบแล้ว พวกท่านยังไงก็ยังด้อ