ต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ
อย่างไรก็ตาม….
เว่ยฉิงเชินได้มองไปที่ธนูดำที่มนุษย์กลายพันธุ์ตนนั้นทิ้งเอาไว้ ก่อนที่จะนิ่งคิดไปเล็กน้อยแล้วถามออกมา “จริงสิ จางหยวน พวกเจ้าได้ยินข้อมูลเรื่องที่ศิษย์พี่ใหญ่นั้นเป็นมนุษย์กลายพันธุ์บ้างรึเปล่า”
เมื่อได้ยินแบบนี้แล้ว กัวเหลียงเป็นคนแรกที่ยืนขึ้นมาและพูดออกตอบอย่างไม่สบอารมณ์ “ไอ้นรกเฉียวกังนั่นมันสร้างเรื่องโกหกอย่าหน้าไม่อาย”
“มันยังแค้นฝังลึกกัปตันของพวกเราอยู่เห็นๆ”
“ก่อนที่จะเข้ามาที่นี่ เฉียวกังนั้นถูกลงโทษโดยมีกัปตันของเรานั้นเป็นตัวตั้งตัวตี ทั้งๆที่มันเองก็ทำผิดแต่กลับเก็บเรื่องนี้เป็นความแค้นไว้ฝังใจ แล้วตอนนี้ยังใช้ชื่อของเขามาใส่ร้ายแล้วหาความดีความชอบใส่ตัวเอง”
“ฮึ่ม ข้าละอยากรู้จริงๆว่าตอนที่ออกไปจากที่นี่ มันจะทำหน้ายังไง ข้าจะเอาเรื่องมันให้ถึงที่สุด”
“จริงด้วย กัปตันของพวกเรานั้นไม่ได้เข้ามาในนี้แม้แต่น้อย แล้วเขาจะไปมีปีกอยู่กางหลังแบบที่เฉียวกังมันบอกได้ยังไง”
“นั่นน่ะสิ หากกัปตันของพวกเราเข้ามาในนี้จริง ทำไมเขาถึงไม่ติดต่อมาหาพวกเรา เอ้อ ใช่ อย่าบอกนะว่าคุณหนูเว่ยเคยพบกัปตันของพวกเรามาแล้วน่ะตั้งแต่มาถึงที่นี่”
เว่ยฉิงเชินนั้นเดิมทีเองก็อยากจะหาข่าวของเฉินเฉียงจากกองกำลังเทียนเว่ยเหมือนกัน แต่กลายเป็นว่านอกจากจางหยวนจะไม่รับรู้แล้วยังมาถามข่าวคราวจากเธอเสียอีก
จากมุมมองนี้ นี่แสดงให้เห็นว่าเฉินเฉียงนั้นไม่ได้เข้ามาในเขตแดนจักรพร