ข้อความมาว่าให้จับตัวอัจฉริยะเผ่าพันธุ์มนุษย์เว่ยฉิงเชิน”
“ด้วยนี่เป็นคำสั่งโดยตรงของท่านราชา ข้าเชื่อว่าท่านมีความคิดที่จะเปลี่ยนนางให้มาอยู่ฝั่งเดียวกับเรา”
“นายท่านอาจจะยังไม่ทราบ แต่ร่างกายของเว่ยฉิงเชินนั้นไม่เพียงจะเป็นร่างกระจ่างจิต พ่อของนางยังเป็นถึงผู้การแห่งกันหนัน”
“ตราบใดที่พวกเราจับนางได้ นี่จะถือเป็นการรับประกันความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ให้กับเผ่าพันธุ์ของเรา”
“ถึงอาจจะเสียมารยาทไปหน่อยแต่โปรดอย่าได้หยุดพวกเรา”
เว่ยฉิงเชินและหลู่ฟางที่กำลังฟื้นฟูร่างกายอยู่นั้นหน้าเปลี่ยนสีในทันทีเมื่อได้ยิน
ใครจะไปคิดว่ามนุษย์กลายพันธุ์พวกนี้จะส่งสายลับไปเข้าถึงข้อมูลของเว่ยฉิงเชินได้กัน
แน่นอนว่าด้วยเหตุนี้ อนาคตของเว่ยฉิงเชินที่ต้องอยู่ในเขตแดนจักรพรรดิอีกนานนับปีนี่พอจะนึกออกได้เลยทีเดียว
หลังจากผู้นำกองกำลังกลุ่มนี้ที่ชื่อหลิวหมิงได้พูดจบลง เขาก็เงียบปากเพื่อรอคำตอบของเฉินเฉียง
แต่ใครจะคิดว่าเฉินเฉียงนั้นกับสบถออกมาหนึ่งทีหลังจากได้ยินและพูดออกมา
“ราชาฉินเว่ย ฮึ่ม ใครกันวะนั่น กล้าแม้แต่เอื้อมมาถึงเป้าหมายของข้า”
เมื่อหลิวหมิงและนายพลทักษะพิเศษนับร้อยนายได้ยินต่างก็อดไม่ได้ที่จะโกรธแค้นเมื่อได้ยินคำสบถที่มีต่อราชาของตน
“นายท่าน ราชาเว่ยก็คือราชันย์ของพวกเรา ข้าอยากจะรู้จริงๆว่าท่านเป็นใคร ทำไมถึงได้กล้าเสียมารยาทต่อราชาของพวกเรา ราชาฉินเว่ย”
เฉินเฉียงจึงได้พูดออกมาอย่างโอหังดังลั่นฟ้