ลาดขนาดไหน”
“หนี่เฟิง เจ้าคิดว่ายังไง”
หนี่เฟิงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ข้าไม่เชื่อว่าศิษย์น้องเป็นมนุษย์กลายพันธุ์”
“ข้าด้วย” หลิวซวนเอ๋อได้ยินขึ้นและพูดออกมา
“ข้าด้วย”
นอกจากจางหยวนและหลิวไฮ่แล้ว เกือบทุกคนนั้นต่างก็ไม่เชื่อในเรื่องนี้
เมื่อเห็นแบบนี้ จางหยวนไม่มีทางเลือกจึงได้นำธงพลออกมาจากแหวนก่อนที่จะสะบัดและชูขึ้นเอาไว้ในมือของตน
“กองกำลังเทียนเว่ย จงฟัง”
“ไม่ว่าพวกเจ้าจะเชื่อหรือไม่ พวกเราในตอนนี้อยู่ในกองกำลังเดียวกันแล้ว ในเมื่อเจิ้งยี่ตอนนี้กำลังประสบปัญหา ไปช่วยเขาก่อน เรื่องอื่นเราค่อยว่ากัน”
เมื่อเห็นธงพลนี้ เหล่าสมาชิกดั้งเดิมของกองกำลังต่างเงียบกริบ กัวเหลียง หนี่เฟิง และหลิวซวนเอ๋อก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก
เป็นตอนนี้ที่จางหยวนได้นำพาคนทั้งสิบไปยังตำแหน่งของเจิ้งยี่
ไม่นานหลังจากที่เฉินเฉียงจากไป เจิ้งยี่ออกมาจากพื้นดิน ด้วยการที่ต้องถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวอีกแล้ว เขาจึงรู้สึกอารมณ์เสียอีกครั้ง
แต่เป็นตอนนี้ที่เขาได้รับรู้ว่าตนนั้น ถูกล้อมเอาไว้โดยสัตว์ประหลาดกว่าสองตัว
ถึงแม้เหยี่ยวทองคำที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่สัตว์ประหลาดได้จากไปแล้ว แต่ในกองกำลังของพวกมันก็ยังเหลือระดับขุนพลขั้นสูงอีกห้าถึงหกตัว
โดยเฉพาะกับวานรยักษ์ที่เป็นผู้นำกลุ่มในตอนนี้ ความแข็งแกร่งของมันนั้นสูงล้ำจนเขาเองก็ประเมินไม่ได้ นี่ทำให้เจิ้งยี่ถูกคุกคามอย่างหนัก
เมื่อผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงแล้วแต่เขา