ังในทันทีและพูดออกมา “ข้า ในฐานะที่ติดหนึ่งในสิบอันดับในการประลองสี่สำนัก ข้าขอเลือกทำตามกฎและจะเข้าไปยังเขตแดนจักรพรรดิ”
“การได้เข้าไปในนั้นและประลองกับศัตรูนี่คือสิ่งที่ข้าต้องการ”
“ยังไงซะ ค่าในชีวิตของทุกคนก็เท่ากันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ”
“แล้วข้าจะถอนตัวไปทำไม”
เว่ยฉิงเชินในตอนนี้เกือบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว แต่เมื่อเธอถูกกดดันด้วยผู้มีพลังมหาศาลเหนือกว่าที่เธอจะจินตนาการได้ แล้วเธอจะปฏิเสธไปได้ถึงเมื่อไหร่กัน
ฉิงเชินในตอนนี้ได้รู้สึกถึงการคงอยู่ของเฉินเฉียงก็รีบพูดออกมาเบาๆ “พี่ใหญ่เฉินเฉียง….”
หลังจากพูดจบ เธอแม้จะก้มหน้าก้มตาแต่ก็ยังรีบเข้าไปหลบหลังเฉินเฉียงและดึงชายเสื้อของเขาไว้นั่น ไม่ว่าจะยังไงเธอก็ไม่ยอมเข้าร่วมกับสภาสูง
เฉินเฉียงในตอนนี้รับรู้ได้แล้วว่าฉิงเชินนั้นหมดหนทางแล้วจริงๆ เขาจึงได้มองไปที่ฮั่นจุยด้วยสายตาเย็นชา
แน่นอนว่าฮั่นจุยนั้นพอจะรับรู้เรื่องนี้ได้บ้างตั้งแต่เห็นท่าทางหึงหวงของเฉินเฉียง
แต่เขานึกไม่ถึงว่าเว่ยฉิงเชินนั้นถึงกับดึงเอาเฉินเฉียงมารับหน้าเขาไว้
ดูเหมือนว่าสายสัมพันธ์ของสองคนนี้จะไม่ธรรมดาจริง
แล้วมาตอนนี้ เด็กนี้ยังกล้ามองเขาด้วยสายตาเย็นชาเสียอีก แล้วนี่จะไม่ทำให้เขา ฮั่นจุยผู้นี้โกรธขึ้นมาบ้างได้อย่างไร
“ว่าไง เจ้าไม่พอใจข้างั้นรึ”
เฉินเฉียงได้ยืดอกและมองตรงไปอย่างมาดมั่น “ถูกต้อง”
คำพูดนี้ได้สร้างเสียงอื้ออึงในทันที
เฉียวกังที่อยู่ไม่ไกลนั้น เ