งพลังอย่างมาก”
ความจริงแล้ว ในตอนที่การประลองเสร็จสิ้น ระดับบ่มเพาะของเขานั้นยังอยู่เพียงแค่ระดับนายพลวิญญาณขั้นต้นช่วงปลายเพียงเท่านั้น
“โอ้” นี่ทำให้ฮั่นจุยพยักหน้าขึ้นลงด้วยรอยยิ้มในทันที “อื้ม ชายหนุ่มที่ดี เจ้าต้องทำงานหนักหน่อยนะจะได้สร้างประโยชน์ให้กับมนุษยชาติของพวกเรา”
“ข้าจะทำให้ดีที่สุดเพื่อนำเกียรติยศมาให้กับเผ่าพันธุ์มนุษย์ครับ” เฉินเฉียงได้ป้องมือและตอบออกมาด้วยความห้าวหาญ
หลังจากนั้น ฮั่นจุยก็ได้หันไปมองเว่ยฉิงเชินต่อ
“สาวน้อย เจ้าชื่อว่าอะไร”
“เรียนผู้อาวุโสฮั่น ข้ามีนามว่าเว่ยฉิงเชินค่ะ”
“เว่ยฉิงเชินรึ”
เมื่อผู้อาวุโสฮั่นได้ยิน เขาที่มีท่าทีสุขุมมาตลอดนั้นได้ยืนขึ้นมาก่อนที่จะชี้ไปที่เธอและถามออกมา “เว่ยหยวนตี้ รึว่าสาวน้อยนางนี้คือลูกสาวเจ้าที่ว่ามีร่างกระจ่างจิตเช่นนั้นรึ”
เว่ยหยวนตี้รีบตอบออกมา “ถูกต้องแล้วครับ ข้าไม่คิดว่าผู้อาวุโสฮั่นเองจะเคยได้ยินเรื่องราวกับเกี่ยวลูกสาวข้ามา ข้านี่มันแย่จริงๆ”
ฮั่นจุยที่มองนิ่งอยู่นั้นก็ได้หัวเราะออกมาในทันทีและพูดต่อ “เว่ยหยวนตี้ เจ้านั้นแย่จริงๆ
“เธอคือสมบัติของมนุษยชาติเลยนะ”
“คนที่มีร่างกระจ่างจิตนั้นคือคนที่จะไม่มีคอขวดในการบ่มเพาะ ฮืมมมม หากว่าข้าไม่ได้กะเกณฑ์ผิดไป อีกไม่ถึงสิบปี ลูกสาวของเจ้าก็จะอยู่ในช่วงชั้นราชา เธอน่าจะไปได้ไกลกว่าระดับราชานักรบขั้นสองที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์เลยก็เป็นได้”
เว่ยหยวนตี