าก็เกือบจะห้าสิบปีแล้ว ชื่อของเขาคือฮั่นจุย และท่านเองมีระดับการบ่มเพาะที่สูงที่สุดในผู้อาวุโสทั้งสามท่าน ตอนนี้เขานั้นอยู่ในระดับราชาระดับกลาง
“หมายถึงระดับราชานายพลน่ะเหรอ”
เฉินเฉียงเมื่อได้ยินจึงได้ลอบมองไปที่ฮั่วจุยเพราะอยากจะรู้ว่าราชานักรบนั้นจะแตกต่างจากระดับนายพลวิญญาณแค่ไหน
อย่างไรก็ตาม เป็นตอนนี้ที่ฮั่นจุยได้มองตรงมายังเฉินเฉียงและเว่ยฉิงเชิน
“เว่ยหยวนตี้ ข้าได้ยินมาว่ามีเรื่องเกิดขึ้นตอนประลองสี่สำนักครั้งนี้ใช่รึเปล่า ไหนล่ะศิษย์สำนักสิบอันดับแรก ลองให้พวกเขาออกมาให้ข้า ผู้อาวุโสถงและผู้อาวุโสเทียได้ยลโฉมหน่อยสิ”
“ได้ครับ ข้าจะทำตามที่ท่านผู้อาวุโสฮั่นสั่ง”
เว่ยหยวนตี้ได้หันหลังกลับและพูดออกมาด้วยเสียงที่ดังลั่น “เหล่าผู้ที่ได้สิบอันดับแรกในการประลองสี่สำนัก จงก้าวออกมา”
เฉินเฉียงและคนอื่นๆเมื่อได้ยินก็รีบก้าวออกไปในทันที
ผู้อาวุโสทั้งสามได้มองคนอื่นๆอย่างพึงพอใจจนกระทั่งสายตามาตกอยู่ที่เฉินเฉียง
“หื้ม ระดับนายพลวิญญาณขั้นกลางเหรอ”
ฮั่นจุยขมวดคิ้วในทันทีที่เห็นเฉินเฉียงจึงได้ถามออกมาอย่างสงสัย “เว่ยหยวนตี้ เด็กนี่มีระดับการบ่มเพาะเพียงนายพลวิญญาณขั้นกลางเท่านั้น นี่เขาได้ที่สองจริงๆอย่างนั้นเหรอ”
เว่ยหยวนตี้เมื่อได้ยินจึงรีบอธิบายออกมาด้วยความเคารพ “ใช่แล้วครับ ผู้อาวุโสฮั่น ท่านอย่าได้มองเพียงระดับการบ่มเพาะของเฉินเฉียงเพียงเท่านั้น ต่อความสามารถในการต่อสู้ของเขานั้นทร