ินเฉียงสับสนยิ่งกว่าก็คือชายหนุ่มตรงกลางที่ดูอายุสักประมาณสามสิบคนนี้ พลังการบ่มเพาะของเขานั้นดูสูงล้ำกว่าชายชราสองคนที่อยู่ข้างๆ
เมื่อนักรบทุกคนเข้าไปใกล้ นักรบทั้งสามก็ได้เปิดตาขึ้นมา
จ้าวลี่ เว่ยหยวนตี้ และหลิวตันรีบเดินตรงไปยังที่ทั้งสามคนนั่งอยู่และก้มหัวคำนับชนิดตั้งฉากกับพื้น
“เรียนท่านผู้อาวุโสทั้งสาม พวกเราได้นำนักรบผู้ซึ่งจะเข้าไปยังเขตแดนจักรพรรดิแล้ว โปรดแนะนำพวกเราด้วย ท่านผู้อาวุโส”
ผู้อาวุโสทั้งสามได้มองหน้ากัน คนที่ดูหนุ่มที่สุดที่อยู่ตรงกลางจึงได้พูดออกมา “อื้มมมม ไม่เลว”
“ภายใต้พื้นที่ภาคกลางนี้มีกองกำลังที่อยู่ภายใต้ตึกจอมพลสูงทั้งสามยี่สิบสี่ตึก และกองกำลังภายใต้การดูแลของพวกเรานั้นมีอยู่เกือบหนึ่งพัน โดยนักรบที่จะเข้าไปในครั้งนี้มีทั้งหมดเกือบหมื่นนาย”
“ข้าหวังว่าสามปีนับจากนี้ พวกเจ้าทุกคนจะสู้รบอยู่ในเขตแดนจักรพรรดิด้วยใจที่ห้าวหาญ และสังหารมนุษย์กลายพันธุ์และสัตว์ประหลาดให้หมดสิ้น”
เฉินเฉียงในตอนนี้ได้มองไปยังชายหนุ่มที่ดูจะทรงพลังสุดกู่ผู้นี้และเอ่ยถามออกมาเบาๆ “ฉิงเชิน เจ้ารู้รึเปล่าว่าทำสามคนนี้เป็นใคร”
“แล้วทำไมลุงเว่ยถึงได้แสดงออกมาอย่างเคารพถึงขนาดนี้”
“พี่ใหญ่เฉินเฉียง ทั้งสามคนนี้คือผู้อาวุโสของตึกจอมพลในภูมิภาคกลางของเรา
ข้าได้ยินมาจากท่านพ่อว่าทุกท่านนั้นแล้วแต่เป็นนักรบในระดับราชานักรบ”
คนที่อยู่ตรงกลางนั้นแม้จะดูหนุ่มแน่น แต่ความจริงแล้วอายุของเข