ไปได้อย่างไม่แยแส เขาช่างร่ำรวยจริงๆ”
ด้วยการที่เจ้าของร้านนั้นคือพ่อค้าอย่างแท้จริง เพียงได้ยินคำพูดนี้เขาก็เข้าใจได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อเจ้าของร้านได้ยินคำพูดนี้ เขาก็รีบเอ่ยปากกับพนักงานของตนในทันที “ยืนทำซากอะไรล่ะ รีบไปรายงานท่านผู้การเร็วเข้าว่ามีใครบางคนมาทำลายของในร้านของพวกเราโดยใช้เรื่องการจะเข้าร่วมเขตแดนจักรพรรดิมาอ้าง”
“ได้ครับ หัวหน้า ข้าจะจัดการเดี๋ยวนี้” พนักงานคนนี้เองก็เป็นหนึ่งในลูกจ้างขั้นเทพที่รู้ใจนายจ้างของเขาเป็นอย่างดี เมื่อเห็นเหตุการณ์นี้แล้วเขาก็รีบผสมโรงไปในบัดดล
“หยุดก่อน”
เฉียวกังรีบหยุดพนักงานคนนั้นด้วยใบหน้าที่บูดบึ้ง
“ไอ้อ้วนเจ้าของร้าน นี่เจ้าคิดจะทำอะไร”
“ข้าเป็นถึงองครักษ์ของตึกจอมพลภาคกลางเลยนะเว้ย หากแกกล้าทำแบบนั้นล่ะก็ ธุรกิจของแกต้องจบลงไม่สวยแน่”
เฉินเฉียงในตอนนี้ได้รีบโบกมือไปมาข้างนอกในทันทีเมื่อได้ยินคำพูดนี้ “พี่น้องทั้งหลาย พวกเท่านได้ยินรึเปล่า องครักษ์เฉียวนั้นกล้าที่จะทำเรื่องหน้าไม่อายอย่างการทำลายข้าวของในร้านค้าแล้วยังข่มเหงไม่ยอมให้ไปรายงานอีก”
“พวกเราต่างก็ขึ้นชื่อว่าเป็นวีรบุรุษและพร้อมพลีชีพเพื่ออนาคตของมนุษยชาติ แต่ในหมู่พวกเราจะให้คนแบบนี้มาทำลายชื่อเสียงได้ยังไงกัน”
“หากว่ามีคนมาที่เขตกันหนันและรับรู้เรื่องนี้ในภายภาคหน้าล่ะก็ พวกท่านลองนึกดูสิว่าเจ้าของร้านคนนี้จะต้องประสบความยากลำบากขนาดไหน”
“พวกเราต่างก็ต้องสู้ในศึกนองเล