ป็นผู้นำของกองกำลังย่อยที่สองของทีมหนึ่งแห่งกองกำลังของข้า”
“อ้ะ ไม่สิ ข้าว่าเจ้าสมควรจะเป็นรองหัวหน้าของทีมหนึ่งภายใต้การนำของลีกุ้ยจะดีที่สุด”
โดยปกติแล้ว ใครก็ตามที่จะกลายเป็นรองผู้นำทีมหนึ่งได้นั้นจะเป็นต้องผ่านศึกสงครามมาอย่างโชกโชน การที่หลินเฟิงแต่งตั้งเจิ้งยี่มาเป็นรองหัวหน้าทีมด้วยระดับการบ่มเพาะเพียงนายพลวิญญาณขั้นสูง
ด้วยเกียรติที่ยากจะได้รับแบบนี้ทำให้เหล่าสมาชิกทีมหนึ่งที่เป็นตัวเก็งในตำแหน่งรองผู้นำต่างก็อยู่กันร้อนรนจนอยู่กันไม่สุข
แต่กับเรื่องนี้แล้ว มันเป็นเพียงปัญหาเล็กน้อยของหลินเฟิงเพียงเท่านั้น
ถึงแม้เจิ้งยี่นั้นจะพึ่งก้าวเข้าสู่ระดับนายพลวิญญาณขั้นสูง แต่เขานั้นยังหนุ่มแน่น
ยิ่งไปกว่านั้นคือ ด้วยการที่เขานั้นเป็นถึงอันดับหนึ่งแห่งการประลองสี่สำนัก แถมยังสร้างชื่อเสียงติดตัวไว้แล้ว เขาเชื่อว่าอีกไม่นานทุกคนจะต้องเชื่อมั่นในตัวเจิ้งยี่ได้อย่างแน่นอน
สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือทักษะความสามารถของเขา
ในตอนนี้หลินเฟิงได้ตีค่าทักษะความสามารถของเจิ้งยี่ไว้อย่างสูงล้ำ
และเป็นตอนนี้อีกเช่นกันที่แม้แต่เหล่าศิษย์สี่สำนักที่ได้อันดับที่เหลืออีกหกอันดับต่างก็นิ่งอึ้งกับฉากเหตุการณ์นี้
เมื่อได้ยินแบบนี้แล้วพวกเขาไม่แปลกใจเลยจริงๆที่ทำไมคนที่ได้อันดับหนึ่งอย่างเจิ้งยี่ทำไมถึงยินดีที่จะเข้าตึกจอมพลเหมันต์จันทรา
นั่นก็เพราะหากเป็นพวกเขา ด้วยการที่ยังไม่มีผลงานใดๆแต่กลับชนะใจผู้การจ