วมกองกำลังของท่านลุงหลินเฟิง”
เมื่อจ้าวลี่ได้ยินก็อดไม่ได้ที่จะถอนลมหายใจออกมา
หลินเฟิงได้ยกนิ้วโป้งขึ้นมาในทันทีอย่างชื่นชมและพูดออกมา “ฉิงเชิน ข้าเองก็บอกเจ้าตั้งหลายต่อหลายครั้งแล้วไม่ใช่เหรอให้เรียกข้าว่าพี่น่ะ ทำไมเจ้ายังไม่ยอมเปลี่ยนคำเรียกสักทีเนี่ย”
“พี่อ่ะนะ” เว่ยฉิงเชินได้ชี้ไปที่หลินเฟิงและพูดออกมาในทันที “ลุงหลินเฟิง ท่านเองก็อายุน้อยกว่าพ่อข้าเพียงไม่กี่ปีเองนี่นา แล้วข้าจะไปกล้าเรียกท่านว่าพี่ได้ยังไง”
หลินเฟิงที่ได้ยินก็หมดคำจะพูดในทันใด เขาทำได้เพียงปล่อยให้เธอทำตามใจเพียงเท่านั้น เขาคงทำได้เพียงเปลี่ยนเธอไปช้าๆเมื่อเขามีโอกาสเท่านั้น
“ฉิงเชิน แล้วเจ้าจะเข้าร่วมเป็นหน่วยองครักษ์ของตึกจอมพลเหมันต์จันทรารึเปล่า”
“ก็ไม่มีปัญหานะ เพียงแต่ลุงหลินเฟิงจะต้องรับปากข้าว่าข้าจะได้เข้าไปในเขตแดนจักรพรรดิเพื่อฝึกฝนเสียก่อน”
“ฮ่าฮ่าฮ่า เรื่องนี่ไม่มีปัญหา” หลินเฟิงที่ได้รับเว่ยฉิงเชินเขามาในร่มธงของตึกจอมพลเมืองเหมันต์จันทราจนได้นั้นจึงได้อารมณ์ดีอย่างมาก และเป็นตอนนี้ที่เขาได้มองไปยังเก้าคนที่เหลือ
“อ้าว นั่นมันหลู่ฟางไม่ใช่เรอะนั่น”
ในขณะเดียวกัน หลู่ฟางที่เห็นหลินเฟิงก็ได้เดินเข้ามาและคุกเข่าข้างหนึ่งตรงหน้าเขา
“สวัสดีครับท่านลุง”
เฉินเฉียงที่อยู่ข้างๆนั้น ตอนแรกเขาคิดจะดึงหลู่ฟางมาเข้าร่วมกับตน เพราะยังไงซะหากได้เขาเข้าร่วมกองกำลังแล้ว เขาจะกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในกอง