กำลังในทันที
แต่ดูเหมือนว่าแผนของเขาคงจะล่มไม่เป็นท่าซะแล้วกระมัง
ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ นั่นก็เพราะหลินเฟิงได้ตบบ่าของหลู่ฟางด้วยรอยยิ้มและพูดออกมา “เด็กดี พวกเราไม่ได้เจอกันเพียงไม่กี่ปีเพียงเท่านั้น แต่ความแข็งแกร่งของเจ้านั้นประมาทไม่ได้เลยจริงๆ ตอนนี้เจ้าเองดูเหมือนจะเปิดจุดชีพจรลับได้กว่ายี่สิบห้าจุดแล้วสินะ ดีมาก”
“เอาอย่างนี้ดีรึเปล่า เจ้าเองก็ตามฉิงเชินเข้ามาเป็นองครักษ์ให้ข้า เจ้าคิดว่าเป็นยังไงล่ะ”
“ข้าจะทำตามที่ท่านลุงแนะนำ เพียงแต่ว่าข้านั้นต้องการให้รับใครบางคนเข้าร่วมไปกับข้าด้วย หวังว่าท่านจะไม่มีปัญหากับเรื่องนี้”
“โอ้ ใครกันล่ะนั่น”
หลู่ฟางได้ยินขึ้นมา ก่อนที่จะมองไปยังด้านล่างของเวที เป็นชุยหยันหลันที่อยู่ในชุดสีเหลืองเดินเข้ามาหาเขาด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อ
“ฮ่าฮ่าฮ่า” หลินเฟิงเมื่อได้เห็นใบหน้าที่น่ารักของชุยหยันหลันแล้วก็ได้พยักหน้าออกมาอย่างยอมรับในทันที “ตกลง หลู่ฟาง เจ้านั้นเป็นหลานที่ดีของข้าจริงๆ ดี ข้ายอมรับคำขอของเจ้า พวกเจ้าทั้งสามไปจัดการเรื่องต่อได้แล้ว”
เพียงชั่วพริบตา หลินเฟิงนั้นกลับได้รับผู้ติดอันดับในอันดับที่สามและห้าไปถึงสองคน นี่ทำให้หลินเฟิงนั้นแสดงออกมาด้วยท่าทางยินดีอย่างน่าหมั่นไส้
อย่างไรก็ตาม เมื่อหลินเฟิงได้ไปสบตาเข้ากับใครบางคน หรือก็คือเฉินเฉียงที่อยู่ในอันดับสองนั้น เขาก็ได้พูดออกมา
“เฉินเฉียงรึ เจ้าเองยังไงซะก็จะเข้าร่วมกับตึกจอมพ