าง ก็อาจจะเป็นทางรอดที่ดี
ชั่วพริบตาต่อมา ก็มีคนหยิบยกเรื่องขึ้นมาเปิดบทสนทนา
“ไม่ทราบว่าท่านผู้เป็นสหายเต๋า หลบหนีภัยมาได้อย่างไร? ใช้วิธีใดข้ามผ่านระหว่างโลกได้กัน?”
อวี๋เส่าตอนนี้ก็เริ่มรู้ตัวว่าเมื่อครู่เผลอพูดผิดไปโดยไม่ตั้งใจ จึงหันไปมองเจินเหรินปราบมารทันที
พอเห็นว่าอีกฝ่ายสีหน้าเฉยนิ่งไม่เผยพิรุธ จึงลอบถอนใจด้วยความโล่งอก แล้วรีบกล่าวตอบว่า
“โลกเซวียนหลิงของข้ามีโลกมนุษย์ใต้สังกัดอยู่นับร้อย เข้าใจวิชาเคลื่อนผ่านโลกอย่างลึกซึ้ง อีกทั้งยังมีโลกมนุษย์เป็นจุดยึดโยง ดังนั้นจะข้ามมาจึงไม่ใช่เรื่องลำบากอะไร”
“ส่วนเหตุผลที่ต้องหลบหนีนั้น…”
กล่าวถึงตรงนี้ อวี๋เส่าลอบถอนใจเงียบๆ
“นับแต่เจินจวินผู้ครองฟ้าองค์ใหม่ขึ้นครองตำแหน่ง ควบคุมฟ้าดินไว้โดยเบ็ดเสร็จ กฎสวรรค์ก็เคร่งครัดยิ่งนัก ข้ามิอาจทำสิ่งใดได้อีกแล้ว จึงจำต้องหนีออกมา”
ถ้อยคำนี้เอ่ยจบ ความเงียบก็ปกคลุมทั่วทั้งมหาศาลา ผู้คนที่อยู่ที่นี่ล้วนไม่ใช่คนเขลา แม้อวี๋เส่าจะไม่ได้กล่าวให้ชัด แต่ทุกคนก็คาดเดาได้ทันที
“เจินจวิน” ที่กล่าวถึงนี้ คงจะเป็นเจินจวินแห่งโลกเซวียนหลิงนั่นเอง
เมื่อคำบอกเล่าของอวี๋เส่าสิ้นสุดลง ภาพรวมของโลกเซวียนหลิงก็พลันปรากฏชัด โลกเซวียนหลิงยึด สวรรค์เบื้องบน เป็นศูนย์กลาง แบ่งระดับตำแหน่งเซียนออกเป็นห้าชั้น ได้แก่ สวรรค์ ปฐพี มนุษย์ เทพ ภูต
แต่ละชั้นมีหน้าที่ต่างกันไป ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้น จึงจะสามารถข