เจ้ากล้าพนันกับข้าไหมล่ะ”
“ข้าพนันได้เลยว่าเฉินเฉียงนั้นไม่ว่ายังไงก็ต้องดิ้นรนเข้าร่วมกับพวกเราให้ได้ เจ้าเชื่อข้ารึเปล่า”
“เข้าร่วมกับพวกเราเนี่ยนะ”
กัวเหลียงได้ชี้ไปที่คนทั้งสิบเอ็ดคนของกองกำลังแล้วพูดออกมา “พี่จางหยวน พี่ต้องพูดเล่นแน่ๆ”
“ลองดูกองกำลังอื่นสิ พวกเขามีไม่น้อยก็ร้อยคน และมากสุดก็อยู่ที่ห้าถึงหกร้อยคนด้วยซ้ำ”
“แล้วดูพวกเราสิ มีเพียงแค่สิบเอ็ดคนเองนะ มันห่างกันมากเกินไป แล้วแบบนี้ ศิษย์น้องจะยอมร่วมกองกำลังกับเราได้ยังไงกัน”
“อะไร อะไร มีสิบเอ็ดคนแล้วผิดตรงไหนกัน ถึงก่อนหน้านี้พวกเราจะมีแปดคนแต่พวกเราทั้งแปดก็สร้างผลงานที่ดีเยี่ยมและชนะศึกมาโดยตลอดนะ” เม่ยหลัวหลันเป็นคนแรกที่ออกมาพูดตอบโต้คำพูดของกัวเหลียง
ตามมาด้วยเสียงอันทุ้มต่ำของรองหัวหน้าอย่างหลิวไฮ่ “ถ้าเจ้าดูถูกกองกำลังของเรานักล่ะก็ ออกไปจากกองกำลังของเราเดี๋ยวนี้”
หลางซานเอ๋อ หนุ่มรูปงามได้เม้มริมฝีปากแน่น “ฮึ่ม”
หลู่จี้ หนุ่มวิชาการได้พูดออกมา “พวกเราทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นทหารเจนศึก”
เหรินหมิง ผู้มีใบหน้าดิบเถื่อนแต่รักเดียวใจเดียวได้พูดออกมา “ภรรยาของข้าพูดถูกต้องแล้ว”
หนี่เฟิงได้เข้าไปลูบ(บีบ)ก้นของกัวเหลียงอย่างหนักแล้วพูดออกมา “เจ้านี่น่ารำคาญเสียจริง”
“นายพลเว่ยหวู่นั้นยังหลงเหลือสิ่งที่ต้องรักษาไว้กับกองกำลังของพวกเรา” หวังต้าลู่พูดออกมา “แล้วเขาจะไม่กลับมาที่นี่ได้ยังไง”
กัวเหลียงที่ได้ยินแล้วก็รู้ในท