ันทีว่าคนในกองกำลังทุกคนกำลังโกรธขึ้นมาจริงๆ เขาก็รีบยิ้มและพูดออกมา “ฮี่ฮี่ฮี่ แหม่ ทุกท่านก็คิดเป็นจริงเป็นจัง ตัวข้าเพียงพูดเล่นก็เท่านั้นเอง”
“ข้ารู้จักศิษย์น้องดีกว่าใครน่า หากว่าเขาบอกว่าจะเข้าร่วม ต่อให้ต้องดิ้นให้ตายเขาก็จะเข้าร่วมอยู่ดี”
ด้วยการที่กัวเหลียงนั้นพึ่งจะเข้าร่วมกองกำลังเทียนเว่ย หากเขามีเรื่องกับทุกคนล่ะก็ เขาบอกได้เลยว่าชีวิตที่เหลือของเขานับจากนี้คงจะมีแต่สีแดงฉานเป็นแน่ เขาจึงต้องพยายามปรับความเข้าใจให้ได้โดยเร็ว
“จางหยวน ศิษย์น้องเฉินเฉียงเข้าไปบ่มเพาะในตึกจอมพลกันหนันหนึ่งเดือนน่ะ กว่าเขาจะออกมาก็เป็นหนึ่งเดือนให้หลังนู่นแหละ”
เมื่อได้ยินคำอธิบายของหลิวซวนเอ๋อ จางหยวนก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เขาหันหลังกลับไปมองธงพลที่ปลิวไสวอยู่ข้างหลังเขา บนธงนี้มีการปักตัวอักษรสีทองอร่ามเอาไว้ว่า กองกำลังเทียนเว่ย
ก่อนหน้านี้ เฉินเฉียงที่เป็นเพียงนักรบสายเลือดทหารขั้นกลางได้กล้าเอ่ยปากออกมาว่าต้องการชิงธงพลผืนนี้ไปจากจางหยวน
ในตอนนั้น จางหยวนมองเฉินเฉียงเป็นเพียงเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมที่กล้าพูดจาโอหังออกมาอย่างไม่คิดเพียงเท่านั้น นี่จึงเป็นเหตุว่าทำไมเขานั้นถึงรับปากเฉินเฉียงที่จะสู้กับเขาในเวลาห้าปีให้หลังนะตอนนั้น
นึกไม่ถึงว่า ด้วยเวลาเพียงไม่ถึงสี่ปีดี ไม่เพียงเฉินเฉียงจะมีระดับการบ่มเพาะที่พัฒนาอย่างรวดเร็วแล้ว เขานั้นยังได้รับชื่อว่าเป็นนายพลเว่ยหวู่ด้วยพลังของตน