ุกคนที่ได้ยินก็ตกใจในทันที
ในขณะเดียวกัน หลินฟานในตอนนี้ได้ใช้นิ้วปาดไปที่กระบี่ทองคำจากโคนไปจนปลายก่อนที่จะดีดมันเข้าใส่เฉินเฉียง
“เฉินเฉียง ลงนรกไปซะ”
เมื่อเห็นว่าเฉินเฉียงสูญเสียการควบคุมตัวเองและใกล้จะถูกสังหาร ถึงแม้ว่าจะดูสายไปแล้วก็แต่ แต่เว่ยหยวนตี้และคนอื่นๆก็เตรียมที่จะเปิดมิติประลองและเข้าไปช่วยเฉินเฉียงอีกครั้ง
และในช่วงวิกฤตนี้เอง เว่ยหยวนตี้และคนอื่นๆได้พบว่ามีบางอย่างได้พุ่งตรงมาที่นี่อย่างรวดเร็วประดุจประกายแสง
ก่อนที่พวกเขาจะได้ทำอะไร ก็ได้มีประกายกระบี่ปรากฏออกมา
สิ่งที่พวกเขาได้เห็นก็คือผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูสง่างามและทรงพลังราวกับมังกรคลั่งได้พุ่งเข้าใส่มิติประลอง และเพียงชั่วครึ่งลมหายใจนั้นเธอก็ได้ปลดปล่อยประกายกระบี่ออกมานับพันนับหมื่น
เป็นตอนนี้ที่มิติประลองได้เปิดออกโดยเว่ยหยวนตี้ เหล่านักรบระดับราชาได้พุ่งแยกเป็นสองทางในทันที ส่วนหนึ่งไปจัดการประกายดาบนับหมื่น อีกส่วนหนึ่งตรงเข้าไปหมายจะหยุดยั้งกระบี่ทองคำของหลินฟาน
หลินฟานที่ในตอนแรกคิดว่าเขาสามารถสังหารเฉินเฉียนได้จนสำเร็จก็ได้ผ่อนคลายท่าทีลง แต่เป็นตอนนี้ที่เขานั้นรู้สึกได้ว่าแขนของเขาและกระบี่ทองคำได้ล่วงหล่นสู่พื้นดิน
“อ๊าก”
ความเจ็บปวดเหลือคณาได้บังเกิดในจิตใจของหลินฟาน เมื่อเห็นฉากนี้เขาไม่มีทางเลือกทำได้เพียงที่จะยอมแพ้เรื่องสังหารเฉินเฉียง เขาเตรียมที่จะถอยหนีและหยิบแขนที่แขนที่ขาดร่วงเตรียมที่จะจากไ