รที่เขายอมเสียหน้าขนาดนี้เพียงเพราะสำนักเท่านั้นล่ะ
หลังจากที่เห็นเฉินเฉียงยืนกรานแล้ว เว่ยฉิงเชินไม่มีทางเลือกได้แต่มองเฉินเฉียงด้วยท่าทางเกลียดชังและเชิดใส่พลางเดินลงเวทีไป
“เฉินเฉียง ข้าขอท้าเจ้า”
หลังจากเว่ยฉินเชิงได้ลงไปจากลานประลองแล้ว ศิษย์ระดับนายพลวิญญาณขั้นกลางของสำนักวิหคอสนีบาตคนหนึ่งได้ขึ้นมาบนเวที
อย่างไรก็ตาม ในทันทีที่ชายคนนี้ขึ้นมา เฉินเฉียงได้ยกมือขึ้นมาและพูดออกมาในทันที “โทษที ข้าคงต้องขอปฏิเสธ”
เมื่อโดนเฉินเฉียงปฏิเสธ ผู้คนมากมายเริ่มไม่สบอารมณ์และได้พยายามจะลองดูบ้าง
“เฉินเฉียง ข้าเองก็เป็นระดับนายพลวิญญาณขั้นเช่นเจ้า เจ้าคงจะรับคำท้าของข้าสินะ”
เฉินเฉียงได้มองไปที่ชายคนนั้นและถามออกมาอย่างทีเล่นทีจริง “พี่ชาย ท่านไม่กลัวตายรึไง ระดับเจ้านั้นยังไงก็ต้องตกตายเป็นแน่แท้”
“ฮึ่ม ยังไม่รู้หรอกโว้ยว่าใครจะตาย บอกข้ามา เจ้าจะรับคำท้าหรือไม่”
“ไม่อ่ะ”
เมื่อเห็นแบบนี้แล้ว ทุกคนต่างก็คาดเดาได้ในทันทีที่ว่าเฉินเฉียงนั้นต้องการรักษาอันดับของเขาไว้อย่างแน่นอน ไม่ว่าใครจะท้าประลองเขานั้นย่อมต้องปฏิเสธหมดทั่วทุกตัวคน
แต่หากว่าเฉินเฉียงต้องการยืนกรานที่จะปฏิเสธ พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้
“เฉินเฉียง ในเมื่อเจ้านั้นไม่คิดจะรับคำท้าใคร เจ้าก็ลงไปได้แล้ว”
หลังจากบอกให้เฉินเฉียงลงจากเวทีไป เว่ยหยวนตี้ก็ชี้ไปที่ศิษย์อีกเก้าคนที่อยู่บนเวทีและถามออกมา “เอาล่ะ มีใครต้องการจะท้าประลองใครอีกร