ึเปล่า”
“ข้าขอท้าประลอง”
ทันทีที่เว่ยหยวนตี้ได้พูดจบลง เสียงหนึ่งก็ได้ดังขึ้นมา
ทุกคนเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่ส่งเสียงก็ประหลาดใจในทันที นั่นก็เพราะคนคนนั้นคือเจิ้งยี่ผู้อยู่ในอันดับสามของอันดับคะแนน
“เจิ้งยี่ เจ้าต้องการท้าประลองกับใคร”
เว่ยหยวนตี้แม้จะนิ่งอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนที่จะกล่าวถามออกมาและเตือนสติเขาอีกเล็กน้อย “เจิ้งยี่ ตามกฎแล้วเจ้านั้นทำได้เพียงจะท้าประลองกับคนที่อันดับสูงกว่าเจ้าเท่านั้นนะ”
เฉินเฉียงนั้นยังไงก็ไม่รับคำท้าอยู่แล้ว ดังนั้นเจ้าจะท้าได้แค่……
“ใช่แล้วครับท่านเว่ย ข้าต้องการท้าหลินฟาน”
สายตาของเจิ้งยี่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง และมองหลินฟานราวกับเป็นคนที่ฆ่าล้างครอบครัวของตน
เว่ยหยวนตี้ได้พยักหน้ารับอย่างพึงพอใจก่อนที่จะหันไปหาหลินฟานและถามออกมา “หลินฟาน เจ้าคิดว่ายังไง”
หลินฟานได้จ้องมองไปที่เจิ้งยี่และยิ้มออกมา “ต้องขอโทษท่านเว่ยด้วย ข้าขอปฏิเสธ”
“ไม่ เจ้าต้องรับคำท้าของข้า” เจิ้งยี่ได้พุ่งตรงไปยังหลินฟานในทันทีราวกับคนบ้า แต่เว่ยหยวนตี้เองก็ได้หยุดเขาไว้ด้วยตัวเอง
“พี่ซุน ข้าว่าท่านต้องดูแลศิษย์ของท่านคนนี้ดีๆหน่อยแล้วล่ะ”
ซุนไคเมื่อได้ยินก็ทำได้เพียงถอดถอนลมหายใจ ก่อนที่จะนำเจิ้งยี่ลงจากเวทีไป พร้อมกับกล่าวอบรมสั่งสอนเจิ้งยี่อย่างไม่ขาดปาก
ในมุมมองของซุนไคแล้ว เขาเห็นว่าเจิ้งยี่นั้นเป็นคนยอมรับความพ่ายแพ้ไม่เป็น
หากเขายังปล่อยให้เจิ้งยี่เป็นแบบนี้ต่อไป เขาเกรง