เขานั้นไม่ได้สงสัยในคำพูดของฟางยี่แต่อย่างใด พร้อมกับมีท่าทีลดการป้องกันลง
หลินฟานได้ที่ถือดาบในมือได้พักดาบไว้ก่อนที่จะเอ่ยคำทักทายออกมาด้วยรอยยิ้ม
“ศิษย์พี่เจิ้งยี่ พวกเราเองยังมีเวลาอีกเดือนกว่าๆก่อนที่จะถึงการตัดสิน ท่านได้คะแนนมาเท่าไหร่แล้วล่ะ”
ถึงแม้ท่าทางของเจิ้งยี่จะลดการป้องกัน แต่เขายังคงตั้งแง่กับหลินฟานอยู่ดี “ศิษย์น้องหลินฟาน ข้านั้นทำอย่างสุดความสามารถแล้วแต่ยังทำได้เพียงสี่หมื่นห้าพันแต้มเท่านั้น เจ้าล่ะ”
หลินฟานได้นำบัตรประจำตัวออกมาก่อนที่จะขิงออกไป “ฮ่าฮ่า ศิษย์พี่เจิ้งยี่ ข้าได้มากกว่าท่านอีก ตอนนี้ข้ามีห้าหมื่นหกพันแต้มแล้ว”
“ห้ะ เยอะขนาดนั้นเลยเหรอ” เจิ้งยี่พูดออกมาอย่างประหลาดใจ
หลินฟานในตอนนี้แสดงออกมาด้วยท่าทางมีมิตรไมตรีและยื่นบัตรประจำตัวออกมาและพูดออกไป “หากศิษย์พี่เจิ้งยี่ไม่เชื่อก็ลองเอาไปดูได้”
เมื่อเห็นท่าทางที่ดูเป็นมิตรนี้ เจิ้งยี่รู้สึกอับอายในท่าทางตั้งแง่ของตนในทันที
นี่ทำให้เขานั้นคิดว่าตนเองคิดมากไป
และนี่ทำให้เจิ้งยี่ลดการป้องกันลง และยื่นมือไปหยิบบัตรของหลินฟานมาดู
และเป็นตอนนี้ที่หลินฟานเห็นเป็นโอกาสและตวัดดาบที่พักไว้ในมืออย่างรวดเร็วหมายจะตวัดฟันไปที่แขนขวาของเจิ้งยี่
ถึงจะลดการป้องกัน เจิ้งยี่ยังไงซะก็ยังอยู่ในระดับนายพลวิญญาณขั้นกลาง เขานั่นรีบกระโดดถอยหนีอย่างรวดเร็วก่อนที่จะกุมแขนขวาด้วยมีซ้ายและขมวดคิ้วแน่น และพูดออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่