เธอก็พบว่าเธอยังคงอยู่ที่ภายในมิติประลอง แถมแขนขวาของเธอยังกลับมาใช้เป็นปกติ
“เกิดอะไรขึ้น”
ชุนเต๋าได้ขยับมือขวาไปมืออย่างตกตะลึงและถามออกมาอย่างงุนงง
หลินฟานได้ก้าวถอยหลังออกมาเล็กน้อยและพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม “ชุนเต๋า เจ้าไม่รู้สึกถึงทักษะใหม่ภายในร่างเลยรึไง”
“ทำไมไม่ลองแสดงให้ดูหน่อยล่ะ”
เมื่อได้ยินแบบนั้น เธอจึงได้ลองดำดิ่งในห้วงจิตสำนึกของตนเองดูก็ได้พบว่ามีทักษะใหม่สองอย่างอยู่ในจิตสำนึกของเธอ
เพียงแค่คิด ปีกสีเงินคู่หนึ่งก็ได้งอกออกมาจากหลังของเธอ พร้อมกับประกายแสงที่สะท้อนวิบวับออกมา
เมื่อเห็นฉากนี้ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตกตะลึง
“นี่มัน….อะไรกัน หลิน….หลินฟาน เจ้า….เจ้าเป็นนายพลทักษะพิเศษงั้นรึ”
“ถูกต้อง” หลินฟานพูดออกมาด้วยน้ำเสียเย็นนะเยียบ “ชุนเต๋า เลิกคิดที่จะกดปุ่มฉุกเฉินแล้วออกจากที่นี่ไปได้เลย ตอนนี้เจ้าเองก็เป็นเฉกเช่นตัวข้า เจ้าเป็นมนุษย์กลายพันธุ์แล้วในตอนนี้”
“จดจำไว้ว่าข้านั้นยังต้องการคนแบบเจ้าอีกสี่คน ช่วยข้าหาสี่คนที่ข้าจะกล่าวถึงนี้ซะ”
“เจิ้งยี่สำนักมังกรอาชูร่า เฉินเฉียงสำนักเต่าดำ เว่ยฉิงเชินสำนักวิหคอสนีบาต หลิวถังสำนักเสือขาว”
“เจ้าต้องรายงานข้าในทันทีที่พบเจอพวกมัน”
“ทำไม ทำไมต้องเป็นข้า”
“ทำไมเจ้าถึงเลือกข้า ทำไมไม่ไปเลือกไอ้คนพวกนั้นไปเลย”
“แล้วทำไมข้าต้องช่วยเจ้าด้วย”
ชุนเต๋าที่ตอนนี้เก็บปีกของเธอไปแล้วได้ร่ำร้องออกมาพร้อมคำพูดที่แค้นเคือง ก่อนหน้า