หากนับดูจากความเร็วที่เขาใช้มานั้น เขาสมควรจะอยู่ห่างฝั่งอย่างน้อยๆเขาควรจะดำดินได้ประมาณสักวันละสี่พันไมล์ หรืออีกอย่างก็คือ เขาสมควรจะอยู่ห่างจากแนวชายฝั่งประมาณสักสองหมื่นไมล์
แต่ประเด็นสำคัญที่สุดของเขาในตอนนี้ก็คือ เขาไม่รู้ทิศทาง
ในเมื่อตอนนี้เขาทำอะไรได้ไม่มาก เขาจึงเลือกที่จะลองบินไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งตรงๆ
หลังจากผ่านไปสิบวัน เฉินเฉียงยังพบแต่ทะเลไร้ขอบเขตนี้ก็ได้ถอดถอนลมหายใจ เขาเริ่มเปลี่ยนทิศทางอีกครั้งด้วยความรู้สึกอนาถจิต
หลังจากผ่านไปเกือบห้าเดือน ในที่สุด เฉินเฉียงก็เริ่มยอมแพ้ที่จะบินต่อไปแล้ว
“เอาก็เอาวะ”
เฉินเฉียงได้เก็บปีกของตน ก่อนที่จะปล่อยร่างกายให้ดำดิ่งลงไปในทะเล ด้วยการที่เขานั้นบินอย่างต่อเนื่องมาเกือบครึ่งปี ทำให้เขานั้นเหนื่อยอ่อนทั้งกายและใจ
ที่ก้นทะเล หลังจากมองหาอยู่นาน ในที่สุด เฉินเฉียงก็ได้ตามเต่าทะเลแก่ๆตัวหนึ่งไป เขาก็ได้พบถ้ำยักษ์ที่ก้นทะเล เขานั่งลงที่นั่นและปิดเปลือกตาลง
หากดูจากสถานการณ์ในตอนนี้แล้ว เขานั้นไม่รู้ว่าตนเองจะกลับไปที่ราบภาคกลางได้เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการกลับไปทันการประลองด้วยซ้ำ
แต่ถึงจะดูเลื่อนลอยไปหน่อย แต่ยังไงซะเขาก็ต้องยกระดับการบ่มเพาะอยู่ดี
ยังไงซะ เขาเองก็ยังมีแก่นคริสตัลระดับนายพลวิญญาณขั้นกลางอยู่อีกหลายก้อน น่าจะเพียงพอให้เขาบ่มเพาะได้อีกสองปี
เขาได้นำแก่นคริสตัลออกมาจากแหวนมิติในมือซ้าย ก่อนที่จะเริ่ม