ไรไม่ออก
มันก็แค่ชื่อไม่ใช่รึไงกัน จะถือสาอะไรกันนักหนา
“หึหึหึ ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร”
หลินเฟิงได้ยิ้มออกมาก่อนที่จะยกมือขึ้นห้ามผู้คุมจ้าวและพูดออกมา
“เฉินเฉียง เจ้ารู้ได้ยังไงว่าข้าอยู่ในระดับราชาสงคราม จางหยวนบอกเจ้ารึ”
“ไม่ครับ” เฉินเฉียงได้ตอบกลับมาด้วยท่าทีจริงจัง
“ข้าเองได้เห็นสายตาของท่านผู้การ มันทำให้ข้านึกถึงสายตาของผอ.เฉียนที่ข้าเคยพบเห็นมาก่อนหน้านี้ นี่จึงทำให้ข้าตกตะลึงจนเผลอพูดออกมา”
“ผอ.เฉียนเหรอ….อืมมมม เฉียนปิ่นสินะ พูดไปแล้วข้าก็ไม่ได้เห็นหน้าเขามาเป็นปีแล้ว ผอ.เฉียนของเจ้ายังสบายดีอยู่หรือไม่”
“เรียนท่านผู้การ ผอ.เฉียนท่านนั้นยังคง…มีชีวิตอยู่…ครับ สุขภาพยังแข็งแรงดีอยู่” เฉินเฉียงเองที่ได้ยินชื่อของผอ.เฉียนแล้วก็อดที่จะรู้สึกอารมณ์พุ่งปรี๊ดขึ้นมาไม่ได้ เพราะเขานั้นยังถือว่าผอ.เฉียนนำปัญหามาสู่เขา นี่จึงทำให้เวลาเขาตอบเรื่องสุขภาพออกไปก็อดที่จะเน้นเสียงออกมาอย่างไร้ความเคารพยำเกรงเพื่อระบายความโกรธเคืองออกมาอย่างช่วยไม่ได้
“ฮ่าฮ่าฮ่า เขายังมีชีวิตอยู่อย่างนั้นเหรอ อื้มๆ หากเฉียนปิ่นได้ยินคงจะมีความสุขไม่น้อยเลยจริงๆ ฮ่าฮ่าฮ่า”
หลินเฟิงได้หัวเราะต่อไปอีกก่อนจะกระแอมและพูดต่อ
“จางหยวน หวู่เจียงได้บอกเรื่องราวทั้งหมดกับข้าแล้วว่าเจิ้งตี้เป็นสายลับ อย่างไรก็ตาม ข้าต้องการรู้ความจริงว่าเจ้านั้นใช้วิธีการใดในการสอดแนมศัตรูในครั้งนี้ แล้วจริงรึเปล่าที่แจ็คกัลนำทัพด้วยตั