ห้ข้าเข้าใจถึงเหตุผลได้มากขึ้น และนี่เองทำให้ข้ารู้สึกได้ว่าตัวเจ้าเป็นอัจฉริยะที่ยากจะพบเจอ ข้าล่ะสงสัยจริงๆว่าเจ้านั้นสนใจจะมาทำงานในตึกจอมพลแห่งเมืองเหมันต์จันทราแห่งนี้บ้างรึเปล่า”
“แล้วก็ไม่ต้องกังวลอะไรเกี่ยวกับสถานะของเจ้า ด้วยระดับการบ่มเพาะของเจ้าในตอนนี้ มันมากพอที่จะเป็นรองกัปตันกองกำลังหนึ่งได้เลย แต่หากเจ้าไม่สนใจที่จะรับตำแหน่ง ข้าก็พอที่จะพูดคุยให้เจ้ารับตำแหน่งกัปตันได้อยู่นา”
“ข้า….”
ก่อนที่เฉินเฉียงจะได้ตอบออกมา จางหยวนก็ได้ตอบให้แทน “ท่านผู้การ เฉินเฉียงเองในตอนนี้ได้ถือว่าเป็นคนของตึกจอมพลเรียบร้อยแล้ว”
“เขาในตอนนี้เป็นสมาชิกชั่วคราว(ฝึกงาน)ของกองกำลังเทียนเว่ย”
“เหอะ กองกำลังเทียนเว่ยเนี่ยนะ”
ชายไว้หนวดได้บุ่ยปากออกมาพลางส่ายหัวอย่างดูถูก
“ลีกุย เจ้ามีปัญหาอะไร” จางหยวนได้พูดออกมาด้วยเสียงอันดังลั่น “อย่าคิดว่าเจ้าอยู่ในระดับนายพลวิญญาณขั้นสูงแล้วจะมาทำปากดีแถวนี้ คนของกำลังเทียนเว่ยของข้านั้นเพียงพอจะถล่มทีมหนึ่งของเจ้าได้ รึเจ้าคิดจะลอง”
ลีกุยได้ยืนขึ้นและเตรียมจะพูดตอกกลับในทันที แต่ภายใต้สายตาที่จ้องเขม็งของผู้การหลินเฟิงแล้วทำให้เขานั้นทำได้เพียงนั่งลงกลับไป และทำได้เพียงพูดออกมาอย่างดูถูกเท่านั้น “เออ กองกำลังของเจ้าอยู่ในระดับเดียวกับกองกำลังทั้งสี่ของเข้า”
“แต่กับระดับการบ่มเพาะของเจ้านั้นทำให้ข้าไม่เห็นด้วย”
“หากว่าผู้พันเฉินอยู่ล่ะก็ ข้ายินดีที่จะคอยถ