ือรองเท้าให้เขาซะด้วยซ้ำ”
“แต่สถานการณ์ของกองกำลังของตัวเจ้าเองนั้น อย่าบอกนะว่าตัวเจ้ายังไม่รู้ตัว”
“ทั้งกองกำลังมีเพียงแปดคน นี่เรียกว่ากองกำลังไม่ได้ด้วยซ้ำ แล้วเจ้ายังมีหน้ามาบอกว่ากองกำลังของเจ้าเทียบเท่ากับข้า ฮึ่ม แม้แต่เป็นรองเท้าของข้าเจ้าก็ไม่คู่ควร”
เฉินเฉียงที่ได้ยินก็นิ่งอึ้งไปเช่นเดียวกัน เขาดึงจางหยวนเพื่อเรียกความสนใจและถามออกมาเบาๆ “กัปตันจาง ที่ไอ้หนวดนี่มันพูดทำไมมันดูเป็นเรื่องใหญ่นัก แล้วทำไมกองกำลังเขาเราถึงมีแค่แปดคนล่ะ”
“แล้วไง หากเจ้าไม่อยากจะอยู่ก็ออกไปได้เลย ไม่มีใครบังคับเจ้าให้อยู่ ” จางหยวนมองเฉินเฉียงอย่างตาขวางพร้อมอารมณ์ที่ฉุนเฉียว
หลินเฟิงไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาทำเพียงหยิบชาจิบไปเล็กน้อยรอจนกระทั่งจางหยวนใจเย็นลงจึงได้พูดออกมา “เฉินเฉียง สิ่งที่ลีกุยพูดนั้นถูกต้องแล้ว”
“ด้วยสถานการณ์ของกองกำลังเทียนเว่ยเป็นถึงขนาดนี้แล้ว หากเจ้าต้องการที่จะเข้าร่วมตึกจอมพลล่ะก็ ข้าสามารถหาตำแหน่งให้เจ้าได้ เอ้อ กองกำลังของลีกุยมีตำแหน่งกัปตันว่างอยู่นี่ เจ้าคิดว่ายังไง”
เฉินเฉียงได้เดินไปหาผู้การก่อนที่จะเหลือบมองลีกุยที่อยู่ระหว่างทางไปเล็กน้อย เขาได้ส่ายหน้าและพูดออกมา “ขอขอบคุณท่านผู้การสำหรับความหวังดีนี้”
“ตัวข้าในตอนนี้ยังเป็นศิษย์สำนักเต่าดำอยู่ก็ตาม แต่ขอให้คำมั่นกับผู้การว่าหลังจากสำเร็จการศึกษาจากที่นั่นแล้ว ยังไงซะข้าก็จะเข้าร่วมกับพวกท่าน”
อย่างไรก็ตาม ข