ลับไปอย่างโกรธเกรี้ยว “หวู่เจียง อย่าให้มันมากนัก เจ้าเป็นกัปตันทีมแล้วข้าไม่ใช่รึไง เจ้าเพียงแค่จัดการเรื่องของเจ้าไปไม่ต้องกังวลเรื่องของพวกเรา”
“กัปตันจาง อย่าได้โกรธเคืองไป” ชายผอมแห้งคนหนึ่งได้เดินออกมาจากข้างหลังหวู่เจียง เขาเชิดตาใส่จางหยวนก่อนพูดออกมา “ว่าแต่…กัปตันจาง ท่านผู้การขอให้เจ้าหาข้อมูลของศัตรูแต่เจ้ากลับมาอย่างรวดเร็วแบบนี้ คงเป็นเพราะว่าท่านขี้ขลาดจึงไม่กล้าไปสินะ”
“เจิ้งตี้ กัปตันของเจ้าและกัปตันของข้ากำลังพูดคุยกันอยู่ เจ้าอย่าได้มาสอด”
เม่ยหลัวหลันผู้ซึ่งอยู่ข้างหลังจางหยวนได้ยืนขึ้นก่อนที่จะชี้หน้าด่าอย่างโกรธเคือง
-เจิ้งตี้เหรอ-
เฉิงเฉียนที่ได้ยินชื่อนี้ถึงกับหันขวับในทันที
“จางหยวน เจิ้งตี้ผู้นี้ก็อยู่ในระดับนายพลวิญญาณงั้นรึ” เฉินเฉียงถามจางหยวนออกมาด้วยเสียงอันเบา
จางหยวนได้พยักหน้าและแสดงท่าทางโหดร้ายออกมาก่อนจะพูดว่า “เขาคือรองกัปตันของกองกำลังคุนเผิง ข้าได้ยินมาว่าเขาเปิดจุดชีพจรได้เจ็ดจุด เป็นนักรบธาตุทอง ถึงจะฟังดูว่าไม่ธรรมดาแต่เขาก็ไม่เคยใส่ใจในเรื่องนี้”
เฉินเฉียงได้พยักหน้ารับเมื่อได้ยิน เขาเดินไปที่รองกัปตันเจิ้งผู้นี้ด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า “รองกัปตันเจิ้ง ข้าได้ยินชื่อของเจ้ามามากมายนัก”
เฉินเฉียงได้ยกมือขึ้นและกล่าวคำเยินยอรองกัปตันผู้นี้ พลางใช้เคล็ดวิชาสะกดข่มวิญญาณมารสวรรค์กับชายคนนี้ในทันที เขาวางแผนไว้ว่าจะต้องสังหารคนผู้นี้จากระยะไกล
อย่าง