อย่างไรก็ตาม การโจมตีของเขาในครั้งนี้ไม่ได้ดุดันเมื่อครั้งที่เขาสู้กับถูหมั่นเถียน นั่นเป็นเพราะว่าในครั้งนี้เขาไม่ได้เล็งโจมตีทะลวงร่างกายของชายสวมหน้ากาก แต่เขานั้นเล็งที่เกราะพลังงานสายเลือดเท่านั้น
เมื่อชายสวมหน้ากากเห็นการพุ่งโจมตีที่รวดเร็วประดุจสายฟ้านี้ เขาเองก็มีท่าทีประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็ทำเพียงเท่านั้น
ในฐานะอาจารย์ของสำนักเต่าดำแล้ว เขารู้ดีว่าช่องว่างระหว่างระดับนายพลวิญญาณขั้นต้นและขั้นสูงนั้นต่างกันขนาดไหน
หากว่าเขานั้นไม่สามารถป้องกันการโจมตีของศิษย์ที่พึ่งจะก้าวเข้ามาในระดับนายพลวิญญาณได้ล่ะก็ เขาเองก็ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นอาจารย์อีกต่อไปแล้ว
และด้วยความมั่นใจนี้ทำให้ชายสวมหน้ากากคนนี้ไม่ได้ใส่ใจกับการโจมตีของเฉินเฉียงแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ในทันทีที่การโจมตีของเฉินเฉียงปะทะเข้ากับเกราะพลังงานสายเลือดของเขา ชายสวมหน้ากากถึงกับหน้าถอดสีและลนลานในทันที
โดยไม่มีการชะงักแต่อย่างใด เกราะพลังงานสายเลือดของเขาได้แตกกระจายในครั้งเดียว
“ระยำเอ๊ย”
ในตอนนี้ ชายสวมหน้ากากไม่ได้สนใจคำมั่นที่เขาให้ไว้อีกต่อไป เขารีบฟื้นฟูเกราะพลังสายเลือดและง้างมือขวาออกมาเพื่อที่จะคว้าจับเฉินเฉียงเอาไว้
อย่างไรก็ตาม เฉินเฉียงนั้นเร็วเกินไป
หลังจากทำลายเกราะพลังงานของชายสวมหน้ากากไปแล้วด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว ตัวเขาก็ไม่ได้หยุดแต่พุ่งเข้าใส่ดงป่าที่อยู่ข้างหลัง จนเขานั้นต้องบังคับหลังขอ